Toggle navigation
หน้าแรก
ข้อมูลสิ่งมีชีวิต
สัตว์
พืช
จุลินทรีย์ และ สิ่งมีชีวิตที่เกี่ยวข้อง
เกี่ยวกับ TH-BIF
การพัฒนา TH-BIF
หน่วยงานเครือข่ายที่สนับสนุนข้อมูล
การจัดกลุ่มสิ่งมีชีวิต
แนวทางปฏิบัติในการสร้างธรรมมาภิบาลข้อมูลของระบบคลังข้อมูลฯ
ข้อมูลเชิงพื้นที่
แผนที่แสดงข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย
ข้อมูลเชิงพื้นที่ของพื้นที่นำร่อง
ข้อมูลสำรวจ
แผนที่แสดงข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย NEW
ข้อมูลเฉพาะเรื่อง
ผู้เชี่ยวชาญ
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญ
ลงทะเบียนผู้เชี่ยวชาญ
ข่าวประชาสัมพันธ์
ติดต่อเรา
เอกสารเผยแพร่
แบบประเมินผลความพึงพอใจ
แบบประเมินความพึงพอใจ NEW
LOGIN
ข้อมูลสิ่งมีชีวิต
หน้าแรก
ข้อมูลสิ่งมีชีวิต
Shorea obtusa
Shorea obtusa
ชื่อวิทยาศาสตร์แบบเต็ม:
Shorea obtusa
Wall. ex Blume
ชื่อสามัญ::
-
Teng, Thity, Burmese sal
-
Burmese sal
-
Teng
ชื่อไทย:
-
เต็ง
-
เน่าใน (แม่ฮ่องสอน), เต็งขาว (ขอนแก่น), ชันตก (ตราด), แงะ (ภาคเหนือ), จิก (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ), ไม้แงะ (คนเมือง), เคาะเจื้อ (ละว้า เชียงใหม่), ล่าไน้ (กะเหรี่ยง), แลเน่ย (กะเหรี่ยง แม่ฮ่องสอน), เหล่ไน้ (กะเหรี่ยง ภาคเหนือ), อองเลียงยง (กะเหรี่ยง กาญจนบ
-
เต็ง, เคาะเจื้อ, แงะ, จิก, เจื้อ, ชันตก, เต็งขาว, เน่าใน, ประจั๊ต, ประเจิ๊ก, พะเจ๊ก, ล่าไน้, แลเน่ย, อองเลียงยง
ชื่อท้องถิ่น::
-
เต็ง
-
แงะ เอื้อ ชันตก เต็งขาว เน่าใน
-
Teng (Central); Ngae (Northern)
อาณาจักร::
Plantae
ไฟลัม::
Tracheophyta
ชั้น::
Magnoliopsida
อันดับ:
Malvales
วงศ์::
Dipterocarpaceae
สกุล:
Shorea
วันที่อัพเดท :
21 ก.ค. 2569 15:29 น.
วันที่สร้าง:
21 ก.ค. 2569 15:29 น.
ข้อมูลทั่วไป
ลักษณะทางสัณฐานวิทยา :
-
ไม้ต้น
-
ใบ - ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ ลักษณะของใบเป็นรูปใบขอบขนาน หรือรูปรีแกมรูปขอบขนานถึงรูปไข่กลับ ปลายใบมนหรือแหลม โคนใบทู่หรือมน ใบมีขนาดกว้างประมาณ 5-7 เซนติเมตร และยาวประมาณ 10-16 เซนติเมตร เนื้อใบหนา สีเขียวอมเหลือง ผิวใบมีขนสั้นสากมือถึงค่อนข้างเกลี้ยง (ใบอ่อนมีขนขึ้นประปราย ส่วนใบแก่เกลี้ยง) เส้นแขนงใบมีประมาณ 15-20 คู่ ก้านใบมักคดงอ ยาว
ได้ประมาณ 1-1.5 เซนติเมตร ใบแก่ก่อนร่วงจะเป็นสีเหลือง ส้ม หรือแดง
ดอก - ออกดอกเป็นช่อแยกแขนงตามปลายกิ่งหรือตามง่ามใบ ช่อดอกมีขนนุ่ม ดอกมีขนาดเล็กเป็นสีขาวนวล กลีบดอกและกลีบรองดอกมีอย่างละ 5 กลีบ กลีบดอกเป็นสีขาวแกมเหลืองอ่อน มีกลิ่นหอม โคนกลีบดอกซ้อนทับกัน ปลายกลีบแยกกันและจีบเวียนตามกันเป็นกังหัน ส่วนกลีบเลี้ยงที่โคนเชื่อมติดกัน ปลายแยกออกเป็น 5 แฉก มีเกสรเพศผู้ขนาดเล็กจำนวนมากหรือประมาณ 20-25 อัน
อยู่รอบเกสรเพศเมีย ปลายอับเรณูมีขนสั้นๆ รังไข่อยู่เหนือวงกลีบ ยอดเกสรเพศเมียเป็นพู 3 พู ก้านดอกสั้นมาก ออกดอกในช่วงประมาณเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคม
ผล - ผลมีลักษณะเป็นรูปกลมรีถึงรูปไข่ มีขนาดกว้างประมาณ 0.8 เซนติเมตร และยาวประมาณ 1 เซนติเมตร มีปีกสั้น 2 ปีก ยาวประมาณ 3-4.5 เซนติเมตร และปีกยาวอีก 3 ปีก ลักษณะเป็นรูปหอกกลับ ขนาดกว้างประมาณ 0.7-1 เซนติเมตร และยาวประมาณ 4-6 เซนติเมตร ภายในผลมีเมล็ด 1 เมล็ด ผลจะแก่ในช่วงประมาณเดือนเมษายนถึงเดือนกรกฎาคม
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :
-
ไม้ต้น สูงได้ถึง 30 ม. ชันสีขาวขุ่น มีขนสั้นนุ่มตามกิ่ง หูใบ ก้านใบ แผ่นใบด้านล่าง ช่อดอก กลีบดอกและกลีบเลี้ยงด้านนอก หูใบรูปขอบขนาน ยาว 5-6 มม. ใบรูปขอบขนาน ยาว 5-15 ซม. ปลายมนหรือกลม มีตุ่มใบเป็นขน เส้นแขนงใบย่อยแบบขั้นบันได ก้านใบยาว 1-1.5 ซม. ช่อดอกยาว 4-10 ซม. กลีบเลี้ยงยาวประมาณ 2 มม. ดอกสีขาวครีม กลีบรูปแถบ ยาว 1-1.2 ซม. เกสรเพศผู้มีประมาณ 30 อัน ก้านชูอับเรณูยาวประมาณ 6 มม. แกนอับเรณูรูปเส้นด้าย มีขน 2-4 เส้น รังไข่และฐานก้านยอดเกสรเพศเมียรูปไข่ มีขนสั้นนุ่ม คอดเล็กน้อย ยาวประมาณ 2 มม. ผลรูปไข่ ยาว 0.8-1 ซม. ปลายมีติ่งแหลม ปีกยาว 3 ปีก ยาว 4.5-5 ซม. ปีกสั้น 2 ปีก ยาว 3-3.5 ซม) ดอกสีขาวครีม กลีบรูปแถบ กลีบเลี้ยงขยายเป็นปีกยาว 3 ปีก ปีกสั้น 2 ปีก ปลายผลมีติ่งแหลม
-
ไม้ต้น สูง 10-20 ม. ใบเป็นใบเดี่ยว รูปขอบขนาน กว้าง 2.5-7 ซม. ยาว 4-16 ซม. โคนและปลายมน ขอบใบบิดเป็นคลื่นเล็กน้อย ก้านใบยาว 1-1.5 ซม. ดอกสีขาว มีกลิ่นหอมออกเป็นช่อ กลีบรองดอก 5 กลีบ กลีบดอก 5 กลีบ รูปใบหอก กว้าง 3-5 มม. ยาว 1-1.5 ซม. ปากกลีบบิด เกสรผู้ขนาดเล็ก จำนวนมาก ผลรูปไข่ ขนาด 6-8 มม. มีปีกสั้น 2 ปีก ยาว 3-4.5 ซม. ปีกยาว 3 ปีก รูปหอกกลับ กว้าง 0.7-1 ซม. ยาว 4-6 ซม.
-
ไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ผลัดใบ เรือนยอดเป็นพุ่มกว้าง เปลือกแตกเป็นร่อง และเป็นสะเก็ดหนา มักตกชันสีเหลืองขุ่น กระพี้สีน้ำตาลอ่อน แก่นสีเข้ม ใบรูปขอบขนาน หรือรูปไข่กลับ เนื้อใบหนา ใบอ่อนมีขนประปราย ปลายใบและโคนใบมน ดอกเล็กสีขาวออกเป็นช่อตามปลายกิ่ง ช่อดอกมีขนนุ่ม ก้านดอกสั้น กลีบรองกลีบดอก 5 กลีบ ชายกลีบซ้อนกัน กลีบดอก 5 กลีบ ผลรูปไข่ปลายแหลม ปีกยาว 3 ปีก รูปไข่กลับรี ๆ หรือรูปใบพาย
-
เป็นพรรณไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ลำต้นเปลาตรงหรือมักคดงอไม่ค่อยตรง มีความสูงได้ประมาณ 10-30 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มกว้าง เปลือกต้นด้านนอกเป็นสีน้ำตาลเทา แตกร่อง และเป็นสะเก็ดหนา มักตกชันสีเหลืองขุ่น ส่วนเปลือกต้นด้านในเป็นสีน้ำตาลแกมเหลือง กะพี้เป็นสีน้ำตาลอ่อน และแก่นเป็นสีเข้ม
ระบบนิเวศ :
-
ขึ้นเป็นกลุ่มใหญ่ในป่าเต็งรังที่เป็นดินลูกรังและดินทราย ที่ความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางได้ถึง 1,300 ม.
การกระจายพันธุ์ :
-
พบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริเวณป่าเต็งรัง ออกดอกและผลระหว่างเดือนมีนาคม-มิถุนายน ก่อนออกดอกจะผลัดใบ และผลิใบใหม่พร้อมกับช่อดอก
-
มีเขตการกระจายพันธุ์เป็นกลุ่มใหญ่ในป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ ดินลูกรัง และเขาหินทรายทั่วทุกภาคของประเทศ ที่ความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางตั้งแต่ 150-1,300 ม. ในต่างประเทศพบต้นเต็งขึ้นที่พม่า ลาว กัมพูชา และเวียดนาม
แหล่งที่พบภายในประเทศ :
-
นครพนม
-
อุตรดิตถ์,แพร่
-
แพร่,น่าน
-
พะเยา,น่าน
-
เชียงใหม่
-
ราชบุรี
-
อุตรดิตถ์
-
เชียงราย
-
ลำปาง
-
พะเยา, เชียงราย
-
นครราชสีมา
-
แม่ฮ่องสอน
-
เพชรบูรณ์
-
อุบลราชธานี
-
กาญจนบุรี
-
กำแพงเพชร
-
กำแพงเพชร, ตาก
-
ลำพูน, ลำปาง
-
ลำปาง, ลำพูน
-
พะเยา
-
เชียงราย, ลำปาง, พะเยา
-
ตาก
-
ชัยภูมิ
-
อุดรธานี, เลย, หนองคาย
-
ขอนแก่น, ชัยภูมิ
-
เลย
-
มุกดาหาร
-
สกลนคร, กาฬสินธุ์
-
ขอนแก่น
-
มุกดาหาร, ยโสธร, อำนาจเจริญ
-
ลำพูน, เชียงใหม่
-
เชียงราย, พะเยา
-
ลำปาง, แพร่
-
ลำปาง, ตาก
-
สุโขทัย
-
น่าน
-
ชลบุรี
-
บุรีรัมย์
-
พะเยา, น่าน
-
แพร่
-
ชัยภูมิ, เพชรบูรณ์
-
สุโขทัย, ลำปาง
-
กาญจนบุรี, ตาก
-
พิษณุโลก
-
กาฬสินธุ์
-
แพร่, อุตรดิตถ์
-
อุทัยธานี, กาญจนบุรี, ตาก
-
สุรินทร์
-
ศรีสะเกษ
-
บุรีรัมย์, สระแก้ว
-
ป่าชุมชนอาลอ-โดนแบน
รายละเอียดอื่นๆ ของแหล่งที่พบ :
-
แม่น้ำสงครามตอนล่าง
-
อุตรดิตถ์, แพร่
-
น่าน
-
พะเยา, น่าน
-
ป่าดอยอินทนนท์, และกิ่งอำเภอดอยหล่อ
-
เขาประทับช้าง
-
เขาหน้าผาตั้งและเขาตาพรม
-
ดอนศิลา
-
ดอยพระบาท
-
ทับพญาลอ
-
ป่าเขาภูหลวง
-
ภูสันเขียว
-
ลุ่มน้ำปายฝั่งซ้าย
-
ชนแดน
-
แก่งตะนะ
-
ขุนแจ
-
เขาค้อ
-
เขื่อนศรีนครินทร์
-
คลองลาน
-
คลองวังเจ้า
-
แจ้ซ้อน
-
เฉลิมพระเกียรติไทยประจัน
-
ดอยขุนตาล
-
ดอยจง
-
ดอยภูนาง
-
ดอยหลวง
-
ตากสินมหาราช
-
ตาดโตน
-
น้ำตกผาเสื่อ
-
ถ้ำผาไท
-
ไทรทอง
-
น้ำโสม
-
น้ำตกพาเจริญ
-
น้ำตกแม่สุรินทร์
-
น้ำพอง
-
ป่าหินงาม
-
ผาแต้ม
-
ภูกระดึง
-
ภูซาง
-
ภูผาเทิบ
-
ภูพาน
-
ภูแลนคา
-
ภูเวียง
-
ภูสระดอกบัว
-
ภูสวนทราย
-
แม่ตะไคร้
-
แม่ปืม
-
แม่ยม
-
แม่วะ
-
แม่วาง
-
รามคำแหง
-
ลานสาง
-
ศรีน่าน
-
ศรีลานนา
-
ศรีสัชนาลัย
-
สาละวิน
-
เอราวัณ
-
เขาชมภู่
-
เขาสนามเพรียง
-
เชียงดาว
-
ดงใหญ่
-
ดอยผาช้าง
-
ดอยผาเมือง
-
ดอยเวียงหล้า
-
ห้วยใหญ่
-
ถ้ำเจ้าราม
-
ทุ่งใหญ่นเรศวร
-
น้ำปาด
-
ยอดมน
-
ผาผึ้ง
-
ภูขัด
-
ภูเขียว
-
ภูกระแต
-
ภูผาแดง
-
ภูทอง
-
ภูสีฐาน
-
แม่จริม
-
แม่ตื่น
-
แม่น้ำภาชี
-
แม่ยวมฝั่งขวา
-
แม่แสะ
-
ยอดโดม
-
ลำน้ำน่านฝั่งขวา
-
ลุ่มน้ำปาย
-
เวียงลอ
-
สลักพระ
-
สะเมิง
-
สันปันแดน
-
ห้วยขาแข้ง
-
ห้วยสำราญ
-
ห้วยศาลา
-
อมก๋อย
-
อุ้มผาง
-
ตาพระยา
-
สุรินทร์
-
จังหวัดลำปาง
-
จังหวัดขอนแก่น
ข้อมูลการนำไปใช้ประโยชน์
รายละเอียดการนำมาใช้ประโยชน์
-
เนื้อไม้ใช้สร้างบ้าน ทำเครื่องมือเครื่องใช้
-
สรรพคุณตามตำราแพทย์แผนจีน รสตัวยาสมุนไพร รสขม ฝาดเล็กน้อย ลักษณะเครื่องยา โกฐน้ำเต้ามีลักษณะเป็นก้อนรูปกึ่งทรงกระบอก รูปกรวย รูปไข่ หรือเป็นชิ้นที่มีรูปร่างไม่แน่นอน ยาว 3-17 เซนติเมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 3-10 เซนติเมตร ผิวนอกสีน้ำตาลแกมสีเหลือง หรือสีน้ำตาลแกมสีแดงเมื่อลอกผิวออก เนื้อแน่น แต่อาจมีเนื้อนุ่มตรงกลาง รอยหักสีน้ำตาลแกมสีแดง หรือสีน้ำตาลแกมสีเหลือง ส่วนเหง้ามักมีไส้เนื้อไม้กว้าง มีจุดรูปดาวซึ่งเป็นมัดท่อลำเลียงที่ผิดปรกติ เรียงเป็นวงหรือกระจายไม่สม่ำเสมอ ส่วนที่เป็นรากมักมีเนื้อไม้ มีเส้นตามแนวรัศมี วงแคมเบียมเห็นได้ชัดเจน ไม่มีจุดรูปดาว มีกลิ่นเฉพาะ รสขม ฝาดเล็กน้อย เมื่อเคี้ยวจะเหนียวและรู้สึกว่าเป็นเม็ดหยาบ ๆ (2, 3, 5)
-
เนื้อไม้แข็ง สีน้ำตาลอ่อนถึงน้ำตาลแกมแดง ใช้ในการก่อสร้างที่ต้องการความแข็งแรง เช่น เสา รอด ตง ชื่อ ไม้พื้น ไม้หมอนรองรางรถไฟ โครงเรือเดินทะเล เป็นต้น เปลือกลำต้นเป็นยาสมานแผล ห้ามเลือด รักษาแผลเรื้อรัง แผลพุพอง ชันผสมน้ำมันใช้ทาไม้และยาแนวเรือเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. ไม้หวงห้ามธรรมดาตามบัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ. 2530 และเป็นไม้มีค่าที่เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันโดย ธ.ก.ส
สถานภาพการคุกคาม
สถานภาพการคุกคาม (โลก) :
-
สิ่งมีชีวิตที่มีสถานภาพใกล้ถูกคุกคาม Near Threatened: NT (IUCN, 2017)
ข้อมูลเชิงพิพิธภัณฑ์
Barcode
ชื่อพิพิธภัณฑ์
จังหวัด
ลักษณะ
สถานที่
-
NSM
Tak
Barcode
ชื่อพิพิธภัณฑ์
จังหวัด
ลักษณะ
สถานที่
ที่มาของข้อมูล
กองจัดการสิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรม
องค์การสวนพฤกษศาสตร์
รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการพื้นที่ชุ่มน้าของประเทศไทย สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, 2561
รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) ระบบนิเวศป่าไม้ (Forest Ecosystem) โครงการติดตามและวิเคราะห์ประเมินสถานภาพความหลากหลายทางชีวภาพ ในพื้นที่วิกฤตทางความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Hotspots) จังหวัดอุตรดิตถ์ แพร่ น่าน และพะเยา, ศูนย์วิจัยป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 28 กันยายน 2554
รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) ระบบนิเวศภูเขา (Mountain Ecosystem) โครงการติดตามและวิเคราะห์ประเมินสถานภาพความหลากหลายทางชีวภาพ ในพื้นที่วิกฤตทางความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Hotspots) จังหวัดอุตรดิตถ์ แพร่ น่าน และพะเยา, ศูนย์วิจัยป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 28 กันยายน 2554
รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) ระบบนิเวศแห้งแล้งและกึ่งชื้น (Dry and Sub-humid Ecosystem) โครงการติดตามและวิเคราะห์ประเมินสถานภาพความหลากหลายทางชีวภาพ ในพื้นที่วิกฤตทางความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Hotspots) จังหวัดอุตรดิตถ์ แพร่ น่าน และพะเยา, ศูนย์วิจัยป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 28 กันยายน 2554
รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการสำรวจและจัดทำข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพ เล่มที่ 2 ความหลากหลายทางชีวภาพระบบนิเวศป่าไม้, ศูนย์วิจัยป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 29 มีนาคม 2549
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
โครงการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากฐานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมป่าชุมชนอาลอ-โดนแบน โดยการมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชนในท้องถิ่น, กองทุนสิ่งแวดล้อม, สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ทรัพยากรธรรมชาติของคนชายโขง, กองทุนสิ่งแวดล้อม สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ป่าชุมชน บ.ทุ่ง ต.แจ้ซ้อน อ.เมืองปาน
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
IUCN Red List
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ
รูปภาพสิ่งมีชีวิต
ที่มา :
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ปรับปรุงล่าสุด :
22 ก.ค. 2569
ที่มา :
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ปรับปรุงล่าสุด :
22 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ปรับปรุงล่าสุด :
4 ก.ค. 2566
สิ่งมีชีวิตที่เกี่ยวข้อง
Litsea pseudoelongata
Pyrrosia longifolia
กาเสดโคก
Neptunia javanica
Flickingeria unibulbis
Macromitrium nepalense
Sabia parviflora