*คลิกที่สถานภาพเพื่อดูแบบเดี่ยว คลิกซ้ำเพื่อดูทั้งหมด
มาตรา 7 (a) ของอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ กำหนดให้ภาคีจำแนกองค์ประกอบของ ความหลากหลายทางชีวภาพที่สำคัญ โดยเฉพาะชนิดที่ใกล้สูญพันธุ์ ชนิดหายาก ชนิดเฉพาะถิ่น หรือชนิดที่ถูกคุกคาม เพื่อใช้เป็นแนวทางในการวางแผนเพื่อการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน ซึ่งสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ในฐานะหน่วยงานประสานงานกลางระดับชาติของอนุสัญญา ว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ ได้ประเมินสถานภาพสัตว์มีกระดูกสันหลัง (กลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม นก สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก และปลา) มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2539 ปี พ.ศ. 2548 ปี พ.ศ. 2558 และปี พ.ศ. 2563 ซึ่งได้เพิ่มเติมการประเมินสถานภาพสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง (กลุ่มมอลลัสกา ครัสเตเชียน และปะการัง) และล่าสุด ปี พ.ศ. 2568 ได้ปรับปรุงสถานภาพสถานภาพสัตว์มีกระดูกสันหลัง (กลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม นก สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก และปลา) และสถานภาพสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง (กลุ่มมอลลัสกา ครัสเตเชียน ปะการัง และแมลงในอันดับไฮมีนอปเทอรา (ผึ้ง วงศ์ Apidae แตนเบียน วงศ์ Braconidae และมด วงศ์ Formicidae) นอกจากนี้ ข้อมูลสถานภาพพืชไทย (Threatened Plants in Thailand) ถูกจัดทำขึ้นครั้งแรกโดย สผ. เมื่อปี พ.ศ. 2539 ต่อมาในปี พ.ศ. 2560 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้พัฒนาข้อมูลดังกล่าวให้เป็นปัจจุบัน เพื่อใช้เป็นแนวทางในการอนุรักษ์ คุ้มครอง บริหารจัดการ และการศึกษาวิจัย
ชนิดที่สูญพันธุ์ไปแล้ว โดยมีหลักฐานที่น่าเชื่อถือว่าประชากรตัวสุดท้ายของชนิดนั้นได้ตายไปแล้ว
ชนิดที่ไม่มีรายงานว่าพบในธรรมชาติ แต่ยังมีประชากรในพื้นที่เพาะเลี้ยงหรือนอกถิ่นอาศัยเดิม
ชนิดที่มีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ในธรรมชาติที่สูงมากในอนาคตอันใกล้ อยู่ในสภาวะวิกฤติอย่างยิ่ง
ชนิดที่มีความเสี่ยงสูงต่อการสูญพันธุ์ในธรรมชาติในอนาคตอันใกล้ หากยังมีปัจจัยคุกคามต่างๆ
ชนิดที่มีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ในธรรมชาติ หากยังมีปัจจัยคุกคามต่างๆ ที่ส่งผลให้ชนิดนั้นสูญพันธุ์
ชนิดที่มีแนวโน้มที่จะถูกคุกคามในอนาคต
ชนิดที่ยังไม่อยู่ในภาวะถูกคุกคาม พบเห็นได้ทั่วไปและมีจำนวนประชากรมากในธรรมชาติ
ชนิดที่มีข้อมูลไม่เพียงพอที่จะวิเคราะห์ความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์
ชนิดที่ยังไม่ได้รับการวิเคราะห์ความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์
*คลิกที่รายการเพื่อดูแบบเดี่ยว คลิกซ้ำเพื่อดูทั้งหมด
ชนิดต่างถิ่น (Alien species) หมายถึง ชนิดของสิ่งมีชีวิตที่ไม่เคยปรากฏในถิ่นชีวภูมิศาสตร์หนึ่งมาก่อน แต่ได้ถูกนำเข้ามาด้วยวิธีการใด ๆ จากถิ่นอื่น โดยกิจกรรมของมนุษย์ จนทำให้สิ่งมีชีวิตนั้นสามารถข้ามขอบเขตการกระจายพันธุ์ตามธรรมชาติได้ ชนิดต่างถิ่นที่รุกราน (Invasive alien species) หมายถึง ชนิดต่างถิ่นที่เข้ามาแล้ว สามารถตั้งถิ่นฐาน และแพร่กระจายได้ในธรรมชาติ จนเป็นภัยคุกคามหรือส่งผลกระทบเชิงลบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสุขอนามัยของประชาชน ชนิดต่างถิ่นที่มีลำดับความสำคัญสูง (High-priority invasive alien species ) หมายถึง ชนิดต่างถิ่นที่รุกรานที่มีลักษณะเป็นไปตามเกณฑ์การคัดเลือกชนิดต่างถิ่นที่มีลำดับความสำคัญสูง ซึ่งประกอบด้วย ๑) ความสามารถในการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อม ๒) ความสามารถในการแพร่ระบาด ๓) ความสามารถในการแข่งขันกับชนิดท้องถิ่น ๔) ความรุนแรงของการก่อผลกระทบในทางลบต่อระบบนิเวศ สุขภาพอนามัย และเศรษฐกิจ ๕) ความสามารถในการขยายขอบเขตการแพร่ระบาด หรือปกคลุมพื้นที่และระบบนิเวศ ๖) ระดับความยากในการจัดการ และจำเป็นต้องมีการบริหารจัดการอย่างเร่งด่วน
จำแนกชนิดต่างถิ่นที่รุกรานตามระดับความรุนแรงของการแพร่ระบาด ออกเป็น ๔ ทะเบียนรายการ ได้แก่
ชนิดต่างถิ่นที่เข้ามาในประเทศไทยแล้ว และสามารถตั้งถิ่นฐานและมีการแพร่กระจายได้ในธรรมชาติ เป็นชนิดเด่นในสิ่งแวดล้อม (dominant species) และเป็นชนิดที่อาจทำให้ชนิดพื้นเมืองสูญพันธุ์ รวมไปถึงคุกคามและส่งผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ ก่อให้เกิดการสูญเสียทางสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสุขอนามัยของมนุษย์
1.ชนิดต่างถิ่นที่เข้ามาในประเทศไทยแล้ว สามารถตั้งถิ่นฐานและมีการแพร่กระจายได้ในธรรมชาติ จากการสำรวจและเฝ้าสังเกตพบว่า อาจแพร่ระบาดได้หากมีปัจจัยเกื้อหนุน หรือสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลง จนอาจทำให้เกิดผลกระทบต่อความหลากหลาย ทางชีวภาพ และ 2. ชนิดต่างถิ่นที่เคยรุกรานในอดีตซึ่งสามารถควบคุมได้แล้ว
ชนิดต่างถิ่นที่เข้ามาในประเทศไทยแล้ว และมีหลักฐานว่ารุกรานในประเทศอื่น แต่ยังไม่รุกราน ในประเทศไทย
ชนิดต่างถิ่นที่มีข้อมูลหรือหลักฐานว่าเป็นชนิดต่างถิ่นที่รุกรานในประเทศอื่น แต่ยังไม่เข้ามาในประเทศไทย
สิ่งมีชีวิตที่มีความสำคัญ หมายถึง ชนิดพันธุ์ที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพ หรือมีคุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม
การจัดทำข้อมูลสิ่งมีชีวิตที่มีความสำคัญช่วยสนับสนุนการวางแผนอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพอย่างยั่งยืน
ข้อมูลในส่วนนี้จัดทำเพื่อเป็นฐานข้อมูลอ้างอิงสำหรับหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องในการบริหารจัดการทรัพยากรชีวภาพของประเทศไทย
ข้อมูลเชิงสถิติสิ่งมีชีวิตที่มีความสำคัญ — อยู่ระหว่างการพัฒนา
คลังภาพ — รอเชื่อมต่อข้อมูล
จำแนกตามประเภทสิ่งมีชีวิต
พรรณพืชและสัตว์ในพระนาม หมายถึง ชนิดพันธุ์สิ่งมีชีวิตที่ได้รับพระราชทานชื่อจากพระมหากษัตริย์ พระบรมวงศานุวงศ์ หรือตั้งชื่อเพื่อเทิดพระเกียรติพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์
การตั้งชื่อวิทยาศาสตร์เพื่อเทิดพระเกียรติเป็นธรรมเนียมปฏิบัติในวงการอนุกรมวิธานสากล โดยนักวิทยาศาสตร์จะตั้งชื่อชนิดพันธุ์ที่ค้นพบใหม่เพื่อแสดงความเคารพและเทิดพระเกียรติ
ประเทศไทยมีพรรณพืชและสัตว์ในพระนามกว่า 75 ชนิด ครอบคลุมทั้งพืช สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม นก สัตว์เลื้อยคลาน ปลา และแมลง
พระนามพระมหากษัตริย์
ตั้งชื่อเพื่อเทิดพระเกียรติพระมหากษัตริย์ เช่น ภูมิพโลเบลิส (Bhumibol)
พระนามพระราชินีและเจ้าฟ้า
ตั้งชื่อเพื่อเทิดพระเกียรติพระราชินีและพระเจ้าฟ้า เช่น สิรินธร (Sirindhorniae)
พระนามพระบรมวงศานุวงศ์
ตั้งชื่อตามพระนามของพระบรมวงศานุวงศ์พระองค์ต่างๆ
ชื่อเทิดพระเกียรติสถาบัน
ใช้คำที่เกี่ยวเนื่องกับราชวงศ์หรือสถาบันพระมหากษัตริย์
กล้วยไม้รองเท้านารีเหลืองปราจีน
ปลากัดสิรินธร
นกเงือกสิรินธร
ผีเสื้อวชิราลงกรณ
กล้วยไม้ในพระนาม
แมงมุมภูมิพล
ปลาในพระนาม
พืชในพระนาม
| ชื่อไทย | ชื่อวิทยาศาสตร์ | ประเภท | พระนาม | ปีที่ค้นพบ |
|---|
แนวโน้มการเพิ่มชนิดพันธุ์เข้าบัญชี CITES แยกตาม Appendix
อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) เป็นความตกลงระหว่างรัฐบาลที่มุ่งรับประกันว่าการค้าระหว่างประเทศในสัตว์และพืชป่าจะไม่เป็นภัยคุกคามต่อการอยู่รอดของพวกมัน
ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นภาคีอนุสัญญา CITES เมื่อปี พ.ศ. 2526 โดยมีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นหน่วยงานประสานงานหลัก
ปัจจุบันมีชนิดพันธุ์สัตว์และพืชที่ได้รับการคุ้มครองภายใต้อนุสัญญา CITES กว่า 38,000 ชนิดทั่วโลก โดยแบ่งออกเป็น 3 บัญชี (Appendix) ตามระดับความเสี่ยงและความจำเป็นในการควบคุมการค้า
ห้ามค้าขายโดยเด็ดขาด
ชนิดพันธุ์ที่ถูกคุกคามจากการค้า การค้าได้รับอนุญาตเฉพาะในสถานการณ์พิเศษเท่านั้น เช่น เพื่อการวิจัยทางวิทยาศาสตร์
ควบคุมการค้าอย่างเข้มงวด
ชนิดพันธุ์ที่ยังไม่ถึงขั้นใกล้สูญพันธุ์ แต่การค้าต้องถูกควบคุมเพื่อป้องกันการใช้ประโยชน์ที่ไม่ยั่งยืน
ร้องขอความร่วมมือระหว่างประเทศ
ชนิดพันธุ์ที่ได้รับการคุ้มครองในประเทศสมาชิกอย่างน้อยหนึ่งประเทศ และร้องขอความช่วยเหลือจากภาคีอื่น
การใช้ประโยชน์ทรัพยากรทางชีวภาพ หมายถึง การนำทรัพยากรชีวภาพมาใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ เช่น อาหาร ยา เครื่องประดับ วัสดุก่อสร้าง และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
ประเทศไทยมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง จึงมีการใช้ประโยชน์จากพืช สัตว์ และจุลินทรีย์มาอย่างยาวนาน ทั้งในระดับชุมชนและเชิงพาณิชย์
ข้อมูลในส่วนนี้จัดทำเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการและติดตามการใช้ประโยชน์ทรัพยากรชีวภาพอย่างยั่งยืน
ข้อมูลเชิงสถิติการใช้ประโยชน์ทรัพยากรทางชีวภาพ — อยู่ระหว่างการพัฒนา
คลังภาพ — รอเชื่อมต่อข้อมูล