Toggle navigation
หน้าแรก
ข้อมูลสิ่งมีชีวิต
สัตว์
พืช
จุลินทรีย์ และ สิ่งมีชีวิตที่เกี่ยวข้อง
เกี่ยวกับ TH-BIF
การพัฒนา TH-BIF
หน่วยงานเครือข่ายที่สนับสนุนข้อมูล
การจัดกลุ่มสิ่งมีชีวิต
แนวทางปฏิบัติในการสร้างธรรมมาภิบาลข้อมูลของระบบคลังข้อมูลฯ
ข้อมูลเชิงพื้นที่
แผนที่แสดงข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย
ข้อมูลเชิงพื้นที่ของพื้นที่นำร่อง
ข้อมูลสำรวจ
แผนที่แสดงข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย NEW
ข้อมูลเฉพาะเรื่อง
ผู้เชี่ยวชาญ
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญ
ลงทะเบียนผู้เชี่ยวชาญ
ข่าวประชาสัมพันธ์
ติดต่อเรา
เอกสารเผยแพร่
แบบประเมินผลความพึงพอใจ
แบบประเมินความพึงพอใจ NEW
LOGIN
ข้อมูลสิ่งมีชีวิต
หน้าแรก
ข้อมูลสิ่งมีชีวิต
Clausena lansium
Clausena lansium
ชื่อวิทยาศาสตร์แบบเต็ม:
Clausena lansium
Skeels
ชื่อไทย:
-
มะไฟจีน
-
มะไฟจีน ,Wampee
ชื่อท้องถิ่น::
-
ส้มมะไฟ
-
มะไฟจีน
-
มะไฟจีน, ส้มมะไฟ
อาณาจักร::
Plantae
ไฟลัม::
Tracheophyta
ชั้น::
Magnoliopsida
อันดับ:
Sapindales
วงศ์::
Rutaceae
สกุล:
Clausena
วันที่อัพเดท :
17 ส.ค. 2563 09:38 น.
วันที่สร้าง:
17 ส.ค. 2563 09:38 น.
ข้อมูลทั่วไป
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :
-
ไม้ยืนต้น ขนาดกลาง สูงประมาณ 5-10 เมตร เปลือกต้นมีรอยแตก ใบประกอบเรียงกันแบบตรงข้าม ใบย่อยโคนใบสอบ ใบสีเขียวเข้ม ปลายใบแหลม โคนใบมน ดอกช่อ ออกตามกิ่ง ดอกย่อยมีกลีบดอก 6 กลีบ ดอกเริ่มบานเป็นสีเขียวเริ่มแก่หรือโรยจะเป็นสีเหลืองผล เป็นผลชนิดมีเนื้อ รูปร่างของผลกลมสีเหลืองทอง รสหวานอมเปรี้ยว ชุ่มคอผิวด้านนอกเรียบ เมล็ด มีเมล็ด 2-3 เมล็ดต่อ 1 ผล
การกระจายพันธุ์ :
-
ปลูกกันมากที่จังหวัดน่าน
ลักษณะทางสัณฐานวิทยา :
-
1. ลำต้นมะไฟจีนจะมีลำต้นค่อนข้างใหญ่กว่า แตกกิ่งมากกว่า ทำให้แลดูเป็นทรงพุ่มหนามากกว่ามะไฟไทย นอกจากนั้น เปลือกลำต้น และกิ่งของมะไฟจีนจะมีสีน้ำตาล ส่วนมะไฟไทยจะมีสีเทา
2. มะไฟไทยจะมีลักษณะผลกลม เปลือกผลมีสีครีมอมเหลืองหรือสีเหลืองหรือสีเหลืองอมน้ำตาล ส่วนผลมะไฟจีนมีรูปร่างผล 2แบบ ตามพันธุ์ คือ พันธุ์กลมรี ขั้วผล และก้นผลค่อนข้างแหลม อีกพันธุ์ผลผลกลมคล้ายผลลำไย และมีจุดกระสีดำขนาดเล็กกระจายทั่วผล โดยพันธุ์ผลรีจะเปลือกผลมีสีคล้ายกับมะไฟไทย ทั้งนี้ เปลือกมะไฟจีนจะบาง และติดกับเนื้อด้านใน แยกออกจากกันได้ยาก ส่วนเปลือกมะไฟไทยจะหนา อ่อนนุ่ม และแยกออกจากเนื้อหุ้มเมล็ดอย่างชัดเจน
3. เนื้อหุ้มเมล็ดของมะไฟจีนจะมีเส้นใยหรือมีกากมากกว่ามะไฟไทย ขณะที่มะไฟไทยจะมีเส้นใยน้อย และมีน้ำมาก
4. เมล็ดมะไฟจีนมีรูปร่างคล้ายเมล็ดส้มโอ เปลือกเมล็ดมีสีเขียว ส่วนเมล็ดมะไฟไทยมีลักษณะค่อนข้างกลมแบน และเปลือกเมล็ดมีสีน้ำตาล
5. ใบมะไฟจีนจะต่างกับใบมะไฟไทย คือ ใบมะไฟจีนจะเป็นใบประกอบ มีก้านใบหลัก แต่ละก้านใบหลักประกอบด้วยใบย่อย 9-13 ใบ ส่วนใบมะไฟไทยออกเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับตามกิ่ง นอกจากนั้น สีใบมะไฟไทยจะมีสีเขียวสด ส่วนใบมะไฟจีนมีสีเขียวเข้ม ใบเป็นมัน และใบมะไฟไทยจะมีขนาดใหญ่กว่าใบมะไฟจีน
6. ดอกมะไฟจีนจะเป็นดอกสมบูรณ์เพศ สามารถผสมเกสรได้ในดอกเดียวกันหรือผสมข้ามดอก ซึ่งต่างจากมะไฟไทยที่ส่วนใหญ่มีดอกแยกเพศ และแยกต้นกัน
7. มะไฟจีนจะออกดอก และติดผลเฉพาะบริเวณปลายยอด ส่วนมะไฟไทยจะออกดอก และจะไม่ติดผลที่ปลายยอด แต่จะติดผลที่กลางกิ่ง และลำต้น คล้ายกับลองกอง
8. ช่อดอก และช่อผลของมะไฟไทยจะยาว และมีจำนวนผลมากกว่ามะไฟจีน
9. มะไฟไทยจะนิยมนำมารับประทานสดมากกว่าจะนำไปแปรรูป แต่อาจแปรรูปได้เช่นกัน อาทิ นำมะไฟ แต่ไม่นิยมนำไปแปรรูปแบบตากแห้งหรือเชื่อมเหมือนมะไฟจีน เพราะมีกากน้อย และมีน้ำมาก
การขยายพันธุ์ :
-
นิยมขยายพันธุ์ปลูกด้วยการเพาะเมล็ด นอกจากนั้น ยังนิยมปลูกด้วยต้นพันธุ์จากการตอนกิ่ง หรือ การเสียบยอด ซึ่งจะให้ผลผลิตที่เร็วกว่าการปลูกด้วยเมล็ด แต่ต้องเป็นกิ่งจากต้นแม่ที่ยังมีอายุ 2-3 ปี ที่ยังไม่ติดผล เพราะกิ่งจากต้นแม่นี้จะสามารถแตกกิ่งย่อยได้มากขึ้น แต่หากใช้ต้นพันธุ์ที่ได้จากต้นที่มีอายุมาก และมีการติดผลหลายครั้งแล้วจะให้ผลผลิตน้อยกว่า เนื่องจากต้นจะไม่แตกกิ่งมาก และต้นจะมีอายุน้อย
ที่มาของข้อมูล
องค์การสวนพฤกษศาสตร์
กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม
สิ่งมีชีวิตที่เกี่ยวข้อง
ฟองหินเหลือง
Sedum susanae
Peltophorum dasyrhachis
Peristylus minimus
ปุดหนู
Wurfbainia biflora
Bulbophyllum microglossum
Dendrolobium triangular