Toggle navigation
หน้าแรก
ข้อมูลสิ่งมีชีวิต
สัตว์
พืช
จุลินทรีย์ และ สิ่งมีชีวิตที่เกี่ยวข้อง
เกี่ยวกับ TH-BIF
การพัฒนา TH-BIF
หน่วยงานเครือข่ายที่สนับสนุนข้อมูล
การจัดกลุ่มสิ่งมีชีวิต
แนวทางปฏิบัติในการสร้างธรรมมาภิบาลข้อมูลของระบบคลังข้อมูลฯ
ข้อมูลเชิงพื้นที่
แผนที่แสดงข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย
ข้อมูลเชิงพื้นที่ของพื้นที่นำร่อง
ข้อมูลสำรวจ
แผนที่แสดงข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย NEW
ข้อมูลเฉพาะเรื่อง
ผู้เชี่ยวชาญ
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญ
ลงทะเบียนผู้เชี่ยวชาญ
ข่าวประชาสัมพันธ์
ติดต่อเรา
เอกสารเผยแพร่
แบบประเมินผลความพึงพอใจ
แบบประเมินความพึงพอใจ NEW
LOGIN
ข้อมูลสิ่งมีชีวิต
หน้าแรก
ข้อมูลสิ่งมีชีวิต
Careya arborea
Careya arborea
ชื่อวิทยาศาสตร์แบบเต็ม:
Careya arborea
Roxb.
ชื่อสามัญ::
-
Wild guava
-
Wild guava, Tummy wood
ชื่อไทย:
-
กระโดน
-
หูกวาง (จันทบุรี), ขุย (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี), แซงจิแหน่ เส่เจ๊ออะบะ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน), พุย (ละว้า-เชียงใหม่), ปุยขาว ผักฮาด ผ้าฮาด (ภาคเหนือ), กระโดนโคก กระโดนบก ปุย (ภาคเหนือ, ภาคใต้), ต้นจิก (ภาคกลาง), ปุยกระโดน (ภาคใต้), เก๊าปุย (คนเมือง), ละหมุด
-
กระโดนบก
-
กระโดน (ภาคกลาง, ภาคใต้); กะนอล (เขมร); หูกวาง (จันทบุรี); ปุยขาว (ภาคเหนือ); พุย (ละว้า-เชียงใหม่); ปุย (ภาคใต้,ภาคเหนือ), เส่เจ๊อะบะ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน)
-
กระโดนนา
-
กระโดน, กะนอล, ขุย, แซงจิแหน่, ปุย, ปุยกระโดน, ปุยขาว, ผ้าฮาด, พุย, เส่เจ็อะบะ, หูกวาง
ชื่อท้องถิ่น::
-
กระโดน
-
ปุย ผ้าฮาด หูกวาง
-
Se je na (Karen-Chiang Mai)
-
หูกวาง ขุย แซงจิแหน่ เส่เจ๊ออะบะ พุย ปุยขาว
อาณาจักร::
Plantae
ไฟลัม::
Tracheophyta
ชั้น::
Magnoliopsida
อันดับ:
Ericales
วงศ์::
Lecythidaceae
สกุล:
Careya
วันที่อัพเดท :
21 ก.ค. 2569 15:29 น.
วันที่สร้าง:
21 ก.ค. 2569 15:29 น.
ข้อมูลทั่วไป
ลักษณะทางสัณฐานวิทยา :
-
ไม้ต้น
-
กระโดน เป็นพืชในวงศ์จิก ลักษณะเป็นไม้ต้นผลัดใบ สูงได้ถึง 30 เมตร ใบออกเรียงเวียน รูปไข่กลับกว้าง ยาว 20-30 เซนติเมตร ขอบใบจักฟันเลื่อย ดอกออกเป็นช่อแบบกระจะที่ปลายกิ่ง ดอกไม่มีก้าน มีใบประดับ 3 ใบ กลีบเลี้ยง 4 กลีบ เชื่อมติดกันประมาณกึ่งหนึ่ง ยาว 2-2.5 เซนติเมตร กลีบดอกรูปขอบขนาน สีขาวอมเขียวขอบสีชมพู
-
ใบ - ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับเวียนเป็นกลุ่มตามปลายกิ่ง ลักษณะของใบเป็นรูปไข่กลับ ปลายใบมนและมีติ่งแหลมยื่น โคนใบสอบเรียว ส่วนขอบใบเป็นหยักเล็กน้อยตลอดทั้งขอบใบ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 15-25 เซนติเมตร และยาวประมาณ 30-35 เซนติเมตร ผิวใบทั้งสองด้านมีลักษณะเกลี้ยง เนื้อใบหนาและค่อนข้างนิ่ม มีเส้นแขนงใบอยู่ประมาณข้างละ 8-15 เส้น เส้นใบย่อยเป็นแบบร่างแห เห็นได้ชัดเจนทางด้านล่าง ก้านใบอวบเกลี้ยงและมีความยาวประมาณ 2-3 เซนติเมตร ในหน้าแล้งใบแก่ท้องใบจะเป็นสีแดงและจะทิ้งใบเมื่อออกใบอ่อน ยอดอ่อนของใบเป็นสีน้ำตาลแดง ใบก่อนร่วงเป็นสีแดง
ดอก - ดอกมีขนาดใหญ่ ออกดอกเป็นช่อแบบกระจะตามปลายกิ่งที่ไม่มีใบ สั้นมาก ในแต่ละช่อมีดอกประมาณ 2-6 ดอก ลักษณะของดอกคล้ายเป็นดอกเดี่ยว มีกลีบดอก 5 กลีบ แต่ละกลีบดอกยาวประมาณ 1-5 นิ้ว ลักษณะของกลีบดอกเป็นรูปขอบขนาน แยกกัน ขอบกลีบและปลายกลีบเป็นสีเขียวอ่อน ส่วนโคนกลีบเป็นสีชมพู โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นรูประฆัง ร่วงได้ง่าย โดยดอกจะบานในเวลากลางคืนและมักจะร่วงในช่วงเช้า ดอกมีเกสรเพศผู้สีขาวจำนวนมากยาวประมาณ 4-5 เซนติเมตร ก้านเกสรยาวเรียงตัวกันแน่นเป็นพู่ โคนก้านเกสรเชื่อมติดกันเป็นวงสีแดงอ่อนๆ โดยเกสรที่สมบูรณ์จะอยู่ข้างใน ฐานดอกมีลักษณะเป็นรูปวงแหวน ขอบนูนขึ้น ส่วนเกสรเพศเมียมีรังไข่ใต้วงกลีบ ลักษณะเป็นรูปกระสวยกลีบ มี 4 ช่อง ในแต่ละช่องจะมีออวุลจำนวนมาก โดยเกสรเพศเมียจะติดคงทน และก้านเกสรเพศเมียจะยาวประมาณ 4-6 เซนติเมตร ดอกมีใบประดับลักษณะกลมหรือรี 3 ใบ มีกลีบเลี้ยงดอก 4 กลีบแยกจากกัน ยาวประมาณ 8-10 มิลลิเมตร เป็นสีเขียวอ่อน หนาและค่อนข้างมน โดยจะออกดอกในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน
ผล - ผลมีลักษณะกลมหรือเป็นรูปไข่ อวบน้ำ มีเนื้อสีเขียว ค่อนข้างแข็ง ผลมีขนาดกว้างประมาณ 5 เซนติเมตรและยาวประมาณ 6.5 เซนติเมตร ผิวผลเรียบ เปลือกหนา ที่ปลายผลจะมีกลีบเลี้ยงที่ติดทนอยู่ และมีก้านเกสรเพศเมียติดอยู่ที่ปลายผลด้วย ผลสดเป็นสีเขียว เมื่อสุกแล้วจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล
ภายในผลมีเมล็ดจำนวนมากและมีเยื่อหุ้ม เมล็ดเป็นสีน้ำตาลอ่อน ลักษณะของเมล็ดเป็นรูปไข่และแบน มีขนาดกว้างประมาณ 1 เซนติเมตรและยาวประมาณ 1.5 เซนติเมตร โดยจะออกผลในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนมิถุนายน
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :
-
ไม้ต้น ผลัดใบ อาจสูงได้ถึง 30 ม. แตกกิ่งต่ำ กิ่งอ่อนเป็นเหลี่ยม หูใบขนาดเล็ก ร่วงเร็ว ใบเรียงเวียน รูปไข่กลับกว้าง ยาว 20-30 ซม. ขอบจักฟันเลื่อย เส้นแขนงใบเรียงจรดกันใกล้ขอบใบ ก้านใบคล้ายเป็นครีบ ยาว 1-3 ซม. ช่อดอกแบบช่อกระจะ ตั้งขึ้น ออกที่ปลายกิ่งพร้อมผลิใบอ่อน ใบประดับ 3 ใบ ดอกไร้ก้าน กลีบเลี้ยง 4 กลีบ เชื่อมติดกันประมาณกึ่งหนึ่ง เรียงซ้อนเหลื่อม ยาว 2-2.5 ซม. ดอกสีขาวอมเขียว ขอบสีชมพู มี 4 กลีบ รูปขอบขนาน ยาว 4-6 ซม. เกสรเพศผู้จำนวนมาก เชื่อมติดกันประมาณ 1 ซม. สีขาวหรืออมแดง วงนอกยาวกว่าวงด้านใน วงในเป็นหมัน ก้านชูอับเรณูยาว 2-4.5 ซม. จานฐานดอกรูปวงแหวน รังไข่ใต้วงกลีบ มี 4-5 ช่อง ก้านเกสรเพศเมียเรียวยาว ผลสดมีหลายเมล็ด เส้นผ่านศูนย์กลาง 5-8 ซม. ปลายผลมีกลีบเลี้ยงติดทน เมล็ดจำนวนมาก รูปขอบขนาน แบน ยาวประมาณ 1 ซม.
-
พืชล้มลุกอายุหลายปี มีเหง้าใต้ดิน สูงถึง ๒ ม. ใบเดี่ยว รูปไข่ แกมรี ยาวได้ถึง ๑ ม. ดอกออกเป็นช่อที่ปลายยอด ดอกสีส้ม หรือ แดงแกมเหลือง ผลรูปไข่ ไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูง ๑๐ – ๒๐ ม. ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่กลับ ดอกออกเป็นช่อกระจุก ตามกิ่งก้านและปลายยอด ออกดอก ก่อนจะผลิใบ กลีบดอกสีขาวอมเขียว มีเกสรเพศผู้สีขาวจำนวนมาก ผลรูปทรงกลม ขนาด ๕ – ๖ ซม. ออกดอกช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคม ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ดมี ๒ พู ออกดอกช่วงเดือนสิงหาคม – ตุลาคม ขยายพันธุ์โดยการแยกหน่อ หรือเพาะเมล็ด
-
ไม้ยืนต้น ขนาดกลาง ลำต้นมักเตี้ยแจ้ มีกิ่งก้านสาขามาก ใบเรียงสลับเวียนกันเป็นกระจุกที่ปลายกิ่ง รูปไข่กลับ ดอกออกเป็นช่อ กลีบเลี้ยง 4 กลีบ โคนตัดกันเป็นรูประฆัง กลีบดอก 4 กลีบ สีขาว ผลกลม มีเมล็ดจำนวนมาก เมล็ดมีเยื่อหุ้ม
-
ต้นกระโดน จัดเป็นไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดกลาง มีลักษณะของเรือนยอดเป็นพุ่มกลมแน่นทึบ มีความสูงของต้นประมาณ 10-20 เมตร เปลือกต้นหนาเป็นสีดำหรือสีน้ำตาลดำ แตกล่อนเป็นแผ่น ต้นมีกิ่งก้านสาขามาก ส่วนเนื้อไม้เป็นสีแดงเข้มถึงสีน้ำตาลแกมแดง
ระบบนิเวศ :
-
พบในป่าเต็งรัง ป่าชายหาด ป่าดิบและป่าผสมผลัดใบ ความสูงตั้งแต่ใกล้ระดับน้ำทะเลจนถึงประมาณ 500 เมตร
การกระจายพันธุ์ :
-
ถิ่นกำเนิดของต้นกระโดนอยู่ในประเทศอินเดีย ฤดูกาลที่กระโดนเจริญเติบโตประมาณเดือน มีนาคม-เมษายน ซึ่งเป็นฤดูแล้ง พบประปรายตามป่าเบญจพรรณชื้น ป่าโปร่งและป่าทุ่ง
การขยายพันธุ์ :
-
1. การเพาะเมล็ด
2. การตอนกิ่ง
แหล่งที่พบภายในประเทศ :
-
เชียงราย
-
นครราชสีมา
-
อุตรดิตถ์
-
แม่ฮ่องสอน
-
อุบลราชธานี
-
อุบลราชธานี, ศรีสะเกษ
-
กาญจนบุรี
-
ราชบุรี
-
ลำพูน, ลำปาง
-
เพชรบูรณ์, พิษณุโลก
-
ชัยภูมิ
-
อุดรธานี, เลย, หนองคาย
-
ตาก
-
ขอนแก่น, ชัยภูมิ
-
พะเยา, เชียงราย
-
มุกดาหาร
-
สกลนคร, กาฬสินธุ์
-
มุกดาหาร, ยโสธร, อำนาจเจริญ
-
เลย
-
เชียงราย, พะเยา
-
ลำปาง, แพร่
-
ลำปาง, ตาก
-
เชียงใหม่
-
กำแพงเพชร
-
แพร่
-
ชัยภูมิ, เพชรบูรณ์
-
กาญจนบุรี, ตาก
-
เพชรบูรณ์
-
พิษณุโลก
-
บึงกาฬ
-
กาฬสินธุ์
-
แพร่, อุตรดิตถ์
-
อุทัยธานี, กาญจนบุรี, ตาก
-
สุรินทร์
-
หนองคาย
-
ป่าชุมชนอาลอ-โดนแบน
-
พื้นที่ลุ่มน้ำลำเซบาย
-
ศรีสะเกษ, อุดรธานี
-
นนทบุรี
รายละเอียดอื่นๆ ของแหล่งที่พบ :
-
ดอนศิลา
-
ป่าเขาภูหลวง
-
ภูสันเขียว
-
ลุ่มน้ำปายฝั่งซ้าย
-
แก่งตะนะ
-
ขุนแจ
-
เขาพระวิหาร
-
เขื่อนศรีนครินทร์
-
เฉลิมพระเกียรติไทยประจัน
-
ดอยขุนตาล
-
น้ำตกผาเสื่อ
-
ทุ่งแสลงหลวง
-
ไทรทอง
-
น้ำโสม
-
น้ำตกพาเจริญ
-
น้ำตกแม่สุรินทร์
-
น้ำพอง
-
ป่าหินงาม
-
ภูซาง
-
ภูผาเทิบ
-
ภูพาน
-
ภูแลนคา
-
ภูสระดอกบัว
-
ภูสวนทราย
-
แม่ปืม
-
แม่ยม
-
แม่วะ
-
แม่วาง
-
ลำคลองงู
-
ศรีลานนา
-
สาละวิน
-
เอราวัณ
-
เขาสนามเพรียง
-
ดอยผาเมือง
-
ดอยเวียงหล้า
-
ดอยหลวง
-
ห้วยใหญ่
-
ทุ่งใหญ่นเรศวร
-
ภูเขียว
-
ภูกระแต
-
ภูผาแดง
-
ภูทอง
-
ภูวัว
-
ภูสีฐาน
-
แม่ตื่น
-
แม่ยวมฝั่งขวา
-
ยอดโดม
-
ลำน้ำน่านฝั่งขวา
-
ลุ่มน้ำปาย
-
สลักพระ
-
สะเมิง
-
ห้วยขาแข้ง
-
ห้วยสำราญ
-
หนองคาย
-
สุรินทร์
-
ยโสธร, อำนาจเจริญ, อุบลราชธานี
-
ไร่
-
จังหวัดนนทบุรี
ข้อมูลการนำไปใช้ประโยชน์
รายละเอียดการนำมาใช้ประโยชน์
-
อาหาร,สมุนไพร,ที่อยู่อาศัย,เครื่องจักสานและเครื่องใช้สอย,ยอดอ่อน รับประทานได้
-
ดอกมีรสสุขุม ช่วยบำรุงร่างกาย ดอกใช้เป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงร่างกายหลังการ คลอดบุตรของสตรี ผลมีรสจืดเย็น ช่วยบำรุงหลังการคลอดบุตรของสตรี ส่วนดอกและ น้ำจากเปลือกสด หากนำมาผสมกับน้ำผึ้งก็เป็นยาบำรุงหลังคลอดได้เช่นกัน ดอกช่วยแก้ อาการหวัด หรือจะใช้ดอกและน้ำจากเปลือกสดผสมกับน้ำผึ้งกินเป็นยาแก้หวัดก็ได้ ดอกช่วยแก้อาการไอ ช่วยทำให้ชุ่มคอ หรือจะใช้ดอกและน้ำจากเปลือกสดผสมกับน้ำผึ้ง กินเป็นยาแก้ไอก็ได้ ผลมีรสจืดเย็น ช่วยในการย่อยอาหาร เปลือกต้นนำมาแช่กับน้ำดื่ม เป็นยาแก้อาการปวดท้อง ท้องเสีย ช่วยแก้โรคกระเพาะอาหาร เปลือกต้นใช้เป็นยาสมานแผล ภายใน กระโดนจัดอยู่ในตำรับยาแก้โรคริดสีดวงทวาร ซึ่งในตำรับยาประกอบไปด้วย กระโดนโคก 1 ส่วน, ต้นกล้วยน้อย 1 ส่วน, ขันทองพยาบาท 1 ส่วน, ต้นซองแมว 1 ส่วน ต้นคอแลน 1 ส่วน, เงี่ยงคุกน้อย 1 ส่วน, กำแพงเจ็ดชั้น 1 ส่วน, ต้นมอนแก้ว 1 ส่วน มอยแม่หม้าย 1 ส่วน, เล็บแมวแดง 1 ส่วน, ตากวาง 1 ส่วน โดยนำทั้งหมดมาต้ม เป็นยากิน
-
4.1 Medicine for human (ยารักษาโรคมนุษย์)
-
เนื้อไม้ใช้ก่อสร้าง เปลือกลำต้นให้เส้นใยใช้ทำเชือก เป็นสมุนไพรแก้ไข้ ยาสมาน แก้พิษงู ใบอ่อน ดอกอ่อนกินเป็นผักสด ใบเป็นสมุนไพรรักษาแผลสด ดอกเป็นยาบำรุง นิยมนำมาปลูกประดับให้ร่มเงาดี
ข้อมูลพันธุกรรมอ้างอิง
Number
Accession number
Bioproject
DNA fingerprint
1
PRJEB51566
840403
2
PRJEB49299
787880
Number
Accession number
Bioproject
DNA fingerprint
ที่มาของข้อมูล
กองจัดการสิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรม
องค์การสวนพฤกษศาสตร์
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
กรมป่าไม้
โครงการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากฐานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมป่าชุมชนอาลอ-โดนแบน โดยการมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชนในท้องถิ่น, กองทุนสิ่งแวดล้อม, สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ป่าทามลำเซบาย, กองทุนสิ่งแวดล้อม สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สมาคมภูมินิเวศพัฒนาอย่างยั่งยืน, 2559
ทรัพยากรธรรมชาติของคนชายโขง, กองทุนสิ่งแวดล้อม สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด
บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน), 2566
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
พืชสมุนไพร ป่าชุมชนตะลุมพุก, โครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ พื้นที่รอบป่ามรดกโลก "ดงพญาเย็น-เขาใหญ่" ฝั่งตะวันออก, กองทุนสิ่งแวดล้อม สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
รูปภาพสิ่งมีชีวิต
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
ศูนย์การเรียนรู้ความหลากหลายทางชีวภาพและความยั่งยืน "ชีวพนาเวศ"
ปรับปรุงล่าสุด :
6 พ.ค. 2568
ที่มา :
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ปรับปรุงล่าสุด :
11 ม.ค. 2567
ที่มา :
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ปรับปรุงล่าสุด :
11 ม.ค. 2567
ที่มา :
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ปรับปรุงล่าสุด :
11 ม.ค. 2567
ที่มา :
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ปรับปรุงล่าสุด :
11 ม.ค. 2567
สิ่งมีชีวิตที่เกี่ยวข้อง
Didymocarpus epithemoides
Rhaphidophora montana
Sacciolepis fenestrata
Jasminum syringifolium
Bulbophyllum simplicilabellum
Microsorum superficiale