Toggle navigation
หน้าแรก
ข้อมูลสิ่งมีชีวิต
สัตว์
พืช
จุลินทรีย์ และ สิ่งมีชีวิตที่เกี่ยวข้อง
เกี่ยวกับ TH-BIF
การพัฒนา TH-BIF
หน่วยงานเครือข่ายที่สนับสนุนข้อมูล
การจัดกลุ่มสิ่งมีชีวิต
แนวทางปฏิบัติในการสร้างธรรมมาภิบาลข้อมูลของระบบคลังข้อมูลฯ
ข้อมูลเชิงพื้นที่
แผนที่แสดงข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย
ข้อมูลเชิงพื้นที่ของพื้นที่นำร่อง
ข้อมูลสำรวจ
แผนที่แสดงข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย NEW
ข้อมูลเฉพาะเรื่อง
ผู้เชี่ยวชาญ
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญ
ลงทะเบียนผู้เชี่ยวชาญ
ข่าวประชาสัมพันธ์
ติดต่อเรา
เอกสารเผยแพร่
แบบประเมินผลความพึงพอใจ
แบบประเมินความพึงพอใจ NEW
LOGIN
ข้อมูลสิ่งมีชีวิต
หน้าแรก
ข้อมูลสิ่งมีชีวิต
Albizia procera
Albizia procera
ชื่อวิทยาศาสตร์แบบเต็ม:
Albizia procera
(Roxb.) Benth.
ชื่อสามัญ::
-
Sit, White siris
-
White Siris
ชื่อไทย:
-
ทิ้งถ่อน
-
ถ่อน
-
ทิ้งถ่อน (ภาคกลาง); ควะ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน); ส่วน (เชียงใหม่,ร้อยเอ็ด);ซะบ้อง (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี)
ชื่อท้องถิ่น::
-
ควะ เชอะบ้อง ซะบ้อง ถ่อน เยกิเด๊าะ ส่วน เส่บ้อง
-
ทิ้งถ่อน
-
ควะ เยกิเด๊าะ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) เชอะบ้อง ซะบ้อง เส่บ้อง (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี) ถ่อน ทิ้งถ่อน (ภาคกลาง) ส่วน(เชียงใหม่ เลย)
-
ถ่อน ทิ้งถ่อน (ภาคกลาง) ควะ เยกิเด๊าะ (กะเหรี่ยง แม่ฮ่องสอน) เซอะบ้อง ซะบ้อง เส่บ้อง (กะเหรี่ยง กาญจนบุรี) ส่วน มะขามโคม (เชียงใหม่ ร้อยเอ็ด)
อาณาจักร::
Plantae
ไฟลัม::
Tracheophyta
ชั้น::
Magnoliopsida
อันดับ:
Fabales
วงศ์::
Fabaceae
สกุล:
Albizia
ปีที่ตีพิมพ์:
2020
วันที่อัพเดท :
17 ก.ค. 2568 10:41 น.
วันที่สร้าง:
17 ก.ค. 2568 10:41 น.
ข้อมูลทั่วไป
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :
-
ไม้ต้นขนาดกลางถึงใหญ่ สูงถึง 30 เมตร เป็นไม้ผลัดใบ เรือนยอดโปร่งรูปไข่กว้าง โคนเป็นพูพอน ลำต้น เปลาตรงหรือแตกกิ่งต่ำ เปลือกสีเทาแกมน้ำตาล ขณะแตกใบอ่อนสีแดงเรื่อหรือสีน้ำตาลอมแดง ใบ ประกอบแบบขนนก 2 ชั้น เรียงสลับ ใบย่อยรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ดอก ช่อออกตามกิ่งข้าง ดอกย่อยรวมเป็นกระจุก กลีบดอกสีขาว ผล เป็นฝักแบนเรียบสีน้ำตาล
-
ต้น ไม้ยืนต้น ลำต้น: สูง 20-30 ม. ลำต้นตรง เกลี้ยง เปลือก: เปลือกต้นสีเทาแกมน้ำตาล ใบ: ใบประกอบแบบขนนกสองชั้น เรียงสลับ ใบย่อยรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน กว้าง 0.75-2.5 ซ.ม. ยาว 2-6 ซ.ม. ดอก: ออกเป็นช่อตามกิ่งข้าง ดอกย่อยรวม กันเป็นกระจุก กลีบดอกสีขาว ผล: เป็นฝัก แบนเรียบ สีน้ำตาล ใหญ่
-
บรรยายลักษณะต้น:ไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ผลัดใบ สูง 15-30 เมตร ใบ:ใบประกอบแบบขนนกสองชั้น เรียงเวียน เรียงตรงข้าม จำนวน 4-11 คู่ ใบย่อยรูปขอบขนานแกมรูปไข่ กว้าง 1.5-2.5 เซนติเมตร ยาว 3-5 เซนติเมตร ปลายมน โคนเบี้ยว ขอบเรียบ ผิวใบด้านล่างมีขนและมีสีนวลดอก:ช่อดอกแบบช่อกระจุกแยกแขนง ออกตามซอกใบและปลายกิ่ง ดอกขนาดเล็ก สีขาว เป็นกระจุก ขนาด 1.3-2 เซนติเมตร กลีบเลี้ยง 5 กลีบโคนเชื่อมติดกันเป็นหลอด กลีบดอก 5 กลีบ ปลายแยกแฉก เกสรเพศผู้จำนวนมาก โคนก้านชูอับเรณูติดกันเป็นหลอดรังไข่เหนือวงกลีบ รูปรี มี 1 ช่อง มีออวูลจำนวนมาก ผล:ฝักแห้งแล้วแตก รูปขอบขนาน หัวท้ายแหลม แบน กว้าง 2-2.5 เซนติเมตร ยาว 10-15 เซนติเมตร ฝักแก่สีนํ้าตาล มี 6-12 เมล็ด เมล็ดนูนรูปไข่ เรียงตามขวางเปลือก:เปลือกด้านในสีแดง อื่นๆ:
ไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ผลัดใบ สูง 15-30 เมตร
ใบประกอบแบบขนนกสองชั้น เรียงเวียน เรียงตรงข้าม จำนวน 4-11 คู่ ใบย่อยรูปขอบขนานแกมรูปไข่ กว้าง 1.5-2.5 เซนติเมตร ยาว 3-5 เซนติเมตร ปลายมน โคนเบี้ยว ขอบเรียบ ผิวใบด้านล่างมีขนและมีสีนวล
ช่อดอกแบบช่อกระจุกแยกแขนง ออกตามซอกใบและปลายกิ่ง ดอกขนาดเล็ก สีขาว เป็นกระจุก ขนาด 1.3-2 เซนติเมตร กลีบเลี้ยง 5 กลีบโคนเชื่อมติดกันเป็นหลอด กลีบดอก 5 กลีบ ปลายแยกแฉก เกสรเพศผู้จำนวนมาก โคนก้านชูอับเรณูติดกันเป็นหลอดรังไข่เหนือวงกลีบ รูปรี มี 1 ช่อง มีออวูลจำนวนมาก
ฝักแห้งแล้วแตก รูปขอบขนาน หัวท้ายแหลม แบน กว้าง 2-2.5 เซนติเมตร ยาว 10-15 เซนติเมตร ฝักแก่สีนํ้าตาล มี 6-12 เมล็ด เมล็ดนูนรูปไข่ เรียงตามขวาง
เปลือกด้านในสีแดง
-
ไม้ต้นขนาดกลางถึงใหญ่ สูงถึง 30 เมตร เป็นไม้ผลัดใบ เรือนยอดโปร่งรูปไข่กว้าง โคนเป็นพูพอน
ลำต้น : เปลาตรงหรือแตกกิ่งต่ำ เปลือกสีเทาแกมน้ำตาล ขณะแตกใบอ่อนสีแดงเรื่อหรือสีน้ำตาลอมแดง
ใบ : ประกอบแบบขนนก 2 ชั้น เรียงสลับ ใบย่อยรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน
ดอก : ช่อออกตามกิ่งข้าง ดอกย่อยรวมเป็นกระจุก กลีบดอกสีขาว
ผล : เป็นฝักแบนเรียบสีน้ำตาล
ระบบนิเวศ :
-
พบในป่าเบญจพรรณและป่าทุ่งตอนลุ่มในภาคกลางทั่วไป และขึ้นกระจัดกระจายทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ส่วนทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ ชอบขึ้นเป็นกลุ่มๆ และพบขึ้นห่างที่บนภูเขาสูงประมาณ 500-800 เมตร ชอบพื้นที่ชุ่มชื้นมีดินลึกและอุดมสมบูรณ์
แหล่งที่พบภายในประเทศ :
-
สมุทรปราการ
-
นนทบุรี
-
นครราชสีมา
-
เชียงราย
-
ราชบุรี
-
พะเยา
-
ชัยภูมิ
-
อุดรธานี, เลย, หนองคาย
-
พะเยา, เชียงราย
-
กาญจนบุรี
-
พะเยา, น่าน
-
แม่ฮ่องสอน
-
แพร่
-
สุโขทัย, ลำปาง
-
กาญจนบุรี, ตาก
-
อุตรดิตถ์
-
อุบลราชธานี
-
ตาก
-
สุรินทร์
-
ลำปาง
-
ขอนแก่น
รายละเอียดอื่นๆ ของแหล่งที่พบ :
-
บางกระเจ้า
-
พื้นที่ชุ่มน้ำบึงโขงหลง
-
ป่าสงวนแห่งชาติป่าลำน้ำน่านฝั่งขวา
-
พื้นที่เกษตรกรรมริมน้ำนนทบุรีและเกาะเกร็ด
-
อำเภอพระประแดง
-
ป่าเขาภูหลวง
-
ขุนแจ
-
เฉลิมพระเกียรติไทยประจัน
-
ดอยภูนาง
-
ไทรทอง
-
น้ำโสม
-
ภูซาง
-
เอราวัณ
-
ดอยผาช้าง
-
ดอยเวียงหล้า
-
ดอยหลวง
-
ถ้ำเจ้าราม
-
ทุ่งใหญ่นเรศวร
-
น้ำปาด
-
ยอดมน
-
ผาผึ้ง
-
แม่ตื่น
-
ยอดโดม
-
เวียงลอ
-
สลักพระ
-
ห้วยสำราญ
-
อุ้มผาง
-
สุรินทร์
-
จังหวัดลำปาง
-
จังหวัดขอนแก่น
ลักษณะทางสัณฐานวิทยา :
-
ไม้ต้น
-
ถ่อน เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ผลัดใบ สูง 15-30 เมตร เส้นรอบอก 35 ซม. ลำต้นเปลามักโค้ง เรือนยอดเป็นพุ่มกลมโปร่ง ขณะที่แตกใบอ่อนเรือนยอดจะออกสีแดงเรื่อ ๆ หรือสีน้ำตาลอมแดง มีการแตกกอค่อนข้างดี เปลือกสีขาวอมเขียวและมีรอยด่างสีน้ำตาลเป็นแผ่น ๆ ทั่วลำต้น เปลือกในสีแดง ตามยอดและกิ่งอ่อนมีขนปกคลุมประปราย
ลักษณะเนื้อไม้ เนื้อไม้คุณภาพดีคล้ายไม้พฤกษ์ (จามจุรีดง) มีเสี้ยนมักสนมากกว่า แต่เบากว่า เนื้อหยาบแต่สม่ำเสมอ มีความถ่วงจำเพาะประมาณ 0.60 มีน้ำหนักแห้งที่อุณหภูมิห้องของกระพี้และแก่น 29 และ 40 ปอนด์ต่อลูกบาศก์ฟุต ตามลำดับ
ใบ ออกช่อแบบขนนกสองชั้น ช่อติดเรียงสลับ ใบยาว 30-40 ซม. บนแกนช่อใบมีช่อใบแขนงที่ออกเป็นคู่ ๆ ตรงข้ามกัน 4-11 คู่ ยาว 15-20 ซม. แต่ละช่อแขนงจะมีใบย่อยออกเป็นคู่ ๆ ตรงข้ามกันจำนวน 5-10 คู่ ก้านใบย่อยสั้นมาก ยาว 1-3 มม. ใบย่อยเบี้ยวรูปปรี คล้ายรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน หรือรูปขอบขนานแกมรูปไข่ แผ่นใบเบี้ยวไม่ได้สัดส่วน กว้าง 1.5-2.5 ซม. ยาว 3-5 ซม. ปลายใบมน ฐานใบมนและเบี้ยว หลังใบเกลี้ยง ท้องใบมีขนละเอียดคลุมประปรายโดยเฉพาะบริเวณเส้นกลางใบสีนวลจางกว่าด้านหลังใบ
ดอก เล็ก สีขาว ไม่มีก้านดอก ขึ้นอัดแน่นบนแกนช่อดอกรูปทรงกลมบนก้านช่อยาวประมาณ 1.3-2 ซม. ช่อดอกแต่ละช่อแตกแขนงมาจากช่อใหญ่หรือรวมกลุ่มกันเป็นช่อใหญ่ตามง่ามใบ ที่ปลายกิ่งหรือใกล้ปลายกิ่ง กลีบรองกลีบดอกติดกันคล้ายรูปแตร ยาวประมาณ 2-3 มม. กลีบดอกติดกันคล้ายรูปแตร ยาวประมาณ 4 มม. รังไข่ รูปรี ๆ ภายในมีช่องเดียวแต่มีไข่อ่อนมาก
ผล ออกเป็นฝัก สีน้ำตาล รูปบรรทัดบางและแบนเรียบ กว้าง 2-2.5 ซม. ยาว 10-15 ซม. หัวแหลมท้ายแหลม เมล็ด แบน สีน้ำตาล ฝักหนึ่ง ๆ มีเมล็ด 6-12 เมล็ด
การกระจายพันธุ์ :
-
ขึ้นป่าผสมผลัดใบและป่าทุ่งที่ระดับความสูง200-800 ม. ออกดอกเดือนมกราคมถึงเดือนกรกฎาคม ผลแก่เดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายน
การขยายพันธุ์ :
-
การขยายพันธุ์นิยมใช้เมล็ดเพาะ โดยการหว่านหรือเพาะเมล็ดใน 1 กิโลกรัมจะมีเมล็ดอยู่จำนวน 20,000–30,000 เมล็ด วิธีปฏิบัติในการเพาะเมล็ด เทน้ำร้อนจัดลงไปในภาชนะที่ใส่เมล็ด ปล่อยไว้ให้เย็นข้ามคืน หว่านเมล็ดในแปลงเพาะ เมื่อเมล็ดงอกมีใบ 2-3 ใบ ย้ายไปลงถึงเพาะกล้า หรือหยอดเมล็ดในถุงเพาะโดยตรง หลังจากนั้นประมาณ 2 เดือนก็สามารถย้ายไปปลูกในแปลงได้ นอกจากนี้ยังสามารถขยายพันธุ์ไม้ถ่อนได้โดยการใช้วิธีการตอนกิ่ง การปักชำเหง้า
ถ่อนสามารถขึ้นได้ในที่หน้าดินที่เป็นชั้นหินตื้นและทนแล้งได้ดีแต่ไม่ทนต่ออากาศหนาวจัด และที่สูง ๆ ในสภาพธรรมชาติจะพบขึ้นอยู่ในที่ที่สูงจากระดับน้ำทะเล 200-800 เมตร ดังนั้นในการเลือกพื้นที่ปลูกไม้ถ่อนจึงต้องพิจารณาถึงปัจจัยดังกล่าวด้วย
ที่มาของข้อมูล
กองสิ่งแวดล้อมชุมชนและพื้นที่เฉพาะ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
กองจัดการสิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรม
รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการพื้นที่ชุ่มน้าของประเทศไทย สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, 2561
สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้
รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการสำรวจและจัดทำข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพ เล่มที่ 7 ความหลากหลายทางชีวภาพระบบนิเวศเกษตร, ศูนย์วิจัยป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 29 มีนาคม 2549
บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)
องค์การสวนพฤกษศาสตร์
กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม
ไม้ต้นที่มีสรรพคุณทางสมุนไพร และควรนำมาขยายพันธุ์เพื่อฟื้นฟูและอนุรักษ์พื้นที่สีเขียวคุ้งบางกะเจ้าสู่ความยั่งยืน, กองสิ่งแวดล้อมชุมชนและพื้นที่เฉพาะ, สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, 2562
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
หนังสือ พรรณไม้มีคุณค่าจากป่าสาธารณะประโยชน์ บ้านทำนบ, กองทุนสิ่งแวดล้อม สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ
รูปภาพสิ่งมีชีวิต
ที่มา :
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ปรับปรุงล่าสุด :
22 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
ศูนย์การเรียนรู้ความหลากหลายทางชีวภาพและความยั่งยืน "ชีวพนาเวศ"
ปรับปรุงล่าสุด :
15 พ.ค. 2568
สิ่งมีชีวิตที่เกี่ยวข้อง
ขางคันนา
Desmodium heterocarpon
Bauhinia racemosa
Isopterygium pohliaecarpum
Azanza lampas
พุดแตรงอน
Euclinia longiflora
Alocasia hypnosa