Toggle navigation
หน้าแรก
ข้อมูลสิ่งมีชีวิต
สัตว์
พืช
จุลินทรีย์ และ สิ่งมีชีวิตที่เกี่ยวข้อง
เกี่ยวกับ TH-BIF
การพัฒนา TH-BIF
หน่วยงานเครือข่ายที่สนับสนุนข้อมูล
การจัดกลุ่มสิ่งมีชีวิต
แนวทางปฏิบัติในการสร้างธรรมมาภิบาลข้อมูลของระบบคลังข้อมูลฯ
ข้อมูลเชิงพื้นที่
แผนที่แสดงข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย
ข้อมูลเชิงพื้นที่ของพื้นที่นำร่อง
ข้อมูลสำรวจ
แผนที่แสดงข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย NEW
ข้อมูลเฉพาะเรื่อง
ผู้เชี่ยวชาญ
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญ
ลงทะเบียนผู้เชี่ยวชาญ
ข่าวประชาสัมพันธ์
ติดต่อเรา
เอกสารเผยแพร่
แบบประเมินผลความพึงพอใจ
แบบประเมินความพึงพอใจ NEW
LOGIN
ข้อมูลสิ่งมีชีวิต
หน้าแรก
ข้อมูลสิ่งมีชีวิต
Cananga odorata
Cananga odorata
ชื่อวิทยาศาสตร์แบบเต็ม:
Cananga odorata
(Lam.) Hook.f. & Thomson
ชื่อสามัญ::
-
Cananga tree, Ylang-ylang tree
ชื่อไทย:
-
กระดังงาไทย
-
กระดังงา
-
กระดังงาสงขลา
ชื่อท้องถิ่น::
-
กระดังงาสงขลา
-
กระดังงา (ทั่วไป); กระดังงาไทย, กระดังงาใบใหญ่, กระดังงาใหญ่ (ภาคกลาง); สะบันงา, สะบันงาต้น (ภาคเหนือ)
-
กระดังงอ (มลายู – ยะละ) ; กระดังงาเบา (ภาคใต้) ; กระดังงาสงขลา (ภาคกลาง) ; กระดังงาสงขลา (กรุงเทพฯ)
อาณาจักร::
Plantae
ไฟลัม::
Tracheophyta
ชั้น::
Magnoliopsida
อันดับ:
Magnoliales
วงศ์::
Annonaceae
สกุล:
Cananga
ปีที่ตีพิมพ์:
2014
วันที่อัพเดท :
3 ม.ค. 2567 14:30 น.
วันที่สร้าง:
3 ม.ค. 2567 14:30 น.
ข้อมูลทั่วไป
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :
-
ไม้ต้นสูง 6-20 ม. เปลือกต้นสีเทา มีรอยแผลใบขนาดใหญ่ตามลำต้น กิ่งมักตั้งฉากกับลำต้นปลายย้อยลู่ลง กิ่งอ่อนมีขน กิ่งแก่ค่อนข้างเกลี้ยง ใบ เป็นใบเดี่ยว เรียงเวียน รูปรีหรือรูปไข่ กว้าง 4-8 ซม. ยาว 9-20 ซม. ปลายแหลมโค้งมนหรือเว้าและเบี้ยวเล็กน้อย ขอบเรียบหรือเป็นคลื่น เส้นแขนงใบข้างละ 5-9 เส้น นูนเด่นชัดทางด้านล่าง ปลายเส้นโค้งจดกับเส้นถัดไปก่อนถึงขอบใบ ใบอ่อนมีขนทั่วไป ใบแก่มักมีขนตามเส้นกลางใบและเส้นแขนงใบ ก้านใบยาว 1-1.5 ซม. ช่อดอก แบบช่อกระจุกกึ่งช่อซี่ร่ม ออกเหนือรอยแผลใบ ช่อสั้นและย้อยลู่ลง ก้านช่อยาว 0.5-1 ซม. มีขน ใบประดับรูปไข่ปลายแหลม ยาวประมาณ 2 มม. ร่วงง่าย มี 3-6 ดอก ก้านดอกยาว 2-5 ซม. ดอก มีขนาดใหญ่ ดอกอ่อนสีเขียวแล้วเปลี่ยนเป็นสีเหลืองเมื่อบาน กลิ่นหอม กลีบเลี้ยง 3 กลีบ รูปสามเหลี่ยม กว้าง 4-6 มม. ยาว 5-7 มม. ปลายกลีบมักกระดกขึ้น กลีบดอก 6 กลีบ เรียงสลับ 2 ชั้น ชั้นละ 3 กลับ กลีบชั้นนอกใหญ่กว่ากลีบชั้นในเล็กน้อย รูปขอบขนาน กว้าง 0.5-1.6 ซม. ยาว 5-9 ซม. ปลายแหลม ขอบเรียบหรือเป็นคลื่นเล็กน้อย มีขน โคนกลีบด้านในมักมีสีม่วงอมน้ำตาล เกสรเพศผู้มีจำนวนมาก ก้านชูอับเรณูสั้น รังไข่เหนือวงกลีบ มีหลายคาร์เพล อยู่แยกกัน คาร์เพลรูปรี มี 1 ช่อง มีออวุลมากด ก้านเกสรเพศเมียเล็กมาก ผล เป็นผลกลุ่ม มี 4-15 ผล อยู่บนแกนค่อนข้างกลม ก้านช่อผลยาว 2-2.5 ซม. แต่ละผลรูปไข่ถึงรูปรีหรือค่อนข้างกลม กว้าง 1-1.5 ซม. ยาว 1.5-2.5 ซม. ก้านผลยาว 1-2 ซม. ผลอ่อนสีเขียวสุกสีเขียวคล้ำจนเกือบดำ มี 2-12 เมล็ด เมล็ด สีน้ำตาลอ่อนรูปไข่แบน กว้างประมาณ 6 มม. ยาวประมาณ 9 มม.
การกระจายพันธุ์ :
-
พืชชนิดนี้มีเขตการกระจายพันธุ์ในเขตร้อน ในประเทศไทยปลูกได้ทั่วทุกภาค ในต่างประเทศพบที่อินเดีย ศรีลังกา ภูมิภาคอินโดจีน ภูมิภาคมาเลเซีย
ลักษณะทางสัณฐานวิทยา :
-
ไม้ต้น สูงได้ถึง 30 ม. มีขนสั้นนุ่มตามกิ่งอ่อน เส้นแขนงใบ ก้านใบ ช่อดอก กลีบเลี้ยง และกลีบดอก ใบเรียงเวียน รูปรีหรือรูปขอบขนาน ยาว 10-20 ซม. โคนเบี้ยว ก้านใบยาว 1-1.5 ซม. ช่อดอกออกเป็นกระจุกสั้น ๆ ตามกิ่งหรือซอกใบ ก้านดอกยาว 2-5 ซม. กลีบเลี้ยง 3 กลีบ รูปไข่ พับงอกลับ ยาวประมาณ 7 มม. กลีบดอก 6 กลีบ รูปแถบ ยาวเท่า ๆ กัน ยาว 5-7.5 ซม. ก้านกลีบสั้น เกสรเพศผู้ จำนวนมาก ยาวประมาณ 3 มม. แกนอับเรณูมีรยางค์เป็นติ่ง คาร์เพลแยกกัน ยอดเกสรเพศเมียเป็นชั้นบาง ๆ ติดจานฐานดอกเป็นรูปหมวก ผลย่อยรูปขอบขนาน ยาว 1.5-2.3 ซม. สุกสีดำ ก้านยาว 1.2-1.8 ซม. มี 2-12 เมล็ด เรียงสองแถว พบที่อินเดีย พม่า ภูมิภาคมาเลเซีย และออสเตรเลีย ในไทยพบทางภาคใต้ และ เป็นไม้ประดับ ดอกมีกลิ่นหอมแรง ชนิดย่อย var. fruticosa (Craib) J. Sinclair หรือกระดังงาสงขลา เป็นไม้พุ่ม กลีบดอกหลายกลีบ พบเฉพาะที่ปลูกเป็นไม้ประดับ
-
ต้น : ไม้พุ่ม สูงประมาณ 1-3 เมตร ทรงพุ่มกลม เปลือกสีเขียวเข้ม
ใบ : ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่ถึงรูปรี กว้าง 5-9 เซนติเมตร ยาว 10-13 เซนติเมตร ปลายเรียวแหลม โคนมน ขอบเรียบ ใบค่อนข้างหนา เกลี้ยง ก้านใบยาว 1.5-3 เซนติเมตร
ดอก : ออกดอกเป็นช่อแบบกระจุก 1-3 ดอก มีกลิ่นหอม ก้านดอกยาว 4-6 เซนติเมตร ดอกสีเหลือง ฐานรองดอกนูน มีขนสั้นปกคลุม กลีบเลี้ยงมี 3 กลีบ สีเขียว กลีบดอกมี 6-15 กลีบ กลีบบิดงอ สีเหลือง ขณะยังอ่อนมีสีเขียว มีขนสั้นปกคลุมประปราย เกสรเพศผู้และเพศเมียมีจำนวนมาก ดอกมีกลิ่นหอม ออกดอกตลอดปี
การขยายพันธุ์ :
-
1. การตอนกิ่ง
-
การเพาะเมล็ด และการใช้กิ่งตอน
แหล่งที่พบภายในประเทศ :
-
นครศรีธรรมราช
-
ชุมพร
-
นครศรีธรรมราช, สุราษฎร์ธานี
-
ตรัง, พัทลุง, สตูล, สงขลา
-
สุราษฎร์ธานี, ระนอง
-
ชุมพร, ระนอง
-
ฉะเฉิงเทรา
-
สมุทรปราการ
รายละเอียดอื่นๆ ของแหล่งที่พบ :
-
เขานัน
-
หมู่เกาะชุมพร
-
หมู่เกาะทะเลใต้
-
เขาบรรทัด
-
คลองนาคา
-
ควนแม่ยายหม่อน
-
อุทยานเสด็จในกรมหลวงชุมพร
-
จังหวัดสมุทรปราการ
ที่มาของข้อมูล
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
องค์การสวนพฤกษศาสตร์
กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินช้อนอันเนื่องมาจากพระระราชดำริ
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
รูปภาพสิ่งมีชีวิต
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินช้อนอันเนื่องมาจากพระระราชดำริ
ปรับปรุงล่าสุด :
26 พ.ค. 2568
สิ่งมีชีวิตที่เกี่ยวข้อง
Vernonia divergens
Pertusaria subrigida
จิงจ้อผีเสื้อ
Thunbergia papilionacea
Equisetum diffusum
Callicarpa longifolia
ปาหนันช้าง
Goniothalamus giganteus