Toggle navigation
หน้าแรก
ข้อมูลสิ่งมีชีวิต
สัตว์
พืช
จุลินทรีย์ และ สิ่งมีชีวิตที่เกี่ยวข้อง
เกี่ยวกับ TH-BIF
การพัฒนา TH-BIF
หน่วยงานเครือข่ายที่สนับสนุนข้อมูล
การจัดกลุ่มสิ่งมีชีวิต
แนวทางปฏิบัติในการสร้างธรรมมาภิบาลข้อมูลของระบบคลังข้อมูลฯ
ข้อมูลเชิงพื้นที่
แผนที่แสดงข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย
ข้อมูลเชิงพื้นที่ของพื้นที่นำร่อง
ข้อมูลสำรวจ
แผนที่แสดงข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย NEW
ข้อมูลเฉพาะเรื่อง
ผู้เชี่ยวชาญ
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญ
ลงทะเบียนผู้เชี่ยวชาญ
ข่าวประชาสัมพันธ์
ติดต่อเรา
เอกสารเผยแพร่
แบบประเมินผลความพึงพอใจ
แบบประเมินความพึงพอใจ NEW
LOGIN
ข้อมูลสิ่งมีชีวิต
หน้าแรก
ข้อมูลสิ่งมีชีวิต
Manilkara hexandra
Manilkara hexandra
ชื่อวิทยาศาสตร์แบบเต็ม:
Manilkara hexandra
(Roxb.) Dubard
ชื่อสามัญ::
-
Milky tree
ชื่อไทย:
-
เกด
-
เกด (ทั่วไป)
อาณาจักร::
Plantae
ไฟลัม::
Tracheophyta
ชั้น::
Magnoliopsida
อันดับ:
Ericales
วงศ์::
Sapotaceae
สกุล:
Manilkara
ปีที่ตีพิมพ์:
2006
วันที่อัพเดท :
27 มิ.ย. 2566 11:56 น.
วันที่สร้าง:
27 มิ.ย. 2566 11:56 น.
ข้อมูลทั่วไป
ลักษณะทางสัณฐานวิทยา :
-
ไม้ต้น
-
ออกดอกเดือนกรกฎาคม-ธันวาคม ติดผลเดือนตุลาคม - กุมภาพันธ์
แหล่งที่พบภายในประเทศ :
-
สุราษฏร์ธานี
-
ประจวบคีรีขันธ์
-
บุรีรัมย์, สระแก้ว
รายละเอียดอื่นๆ ของแหล่งที่พบ :
-
หมู่เกาะอ่างทอง
-
เขาสามร้อยยอด
-
น้ำตกห้วยยาง
-
ตาพระยา
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :
-
ไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ มีน้ำยางขาว สูง 15-25 ม. เรือนยอดแน่นทึบเป็นพุ่มกลม ลำต้น และกิ่งมักคดงอ เปลือกนอกสีน้ำตาลอมเทาหรือสีคล้ำ แตกเป็นสะเก็ดสี่เหลี่ยมหรือแตกเป็นร่องลึกตามยาว เปลือกในสีแดงอมน้ำตาลหรือชมพู ใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับเป็นกลุ่มตอนปลายกิ่ง รูปไข่กลับหรือรูปรีแกมรูปไข่กลับ กว้าง 2.5-6 ซม. ยาว 5-12 ซม. ปลายมนกว้าง และหยักเว้า โคนสอบ ขอบเรียบ แผ่นใบหนา ด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน ด้านล่างสีนวล เส้นแขนงใบเรียงขนานกันถี่เห็นไม่ชัด ก้านใบยาว 1.6-2 ซม. ดอกเดี่ยวหรือเป็นช่อกระจุกสั้น ออกตามง่ามใบและเหนือรอยแผลใบปลายดอกชี้ลง ดอกสีเหลืองอ่อน กลิ่นหอมเล็กน้อย กลีบเลี้ยง 6 กลีบ เรียงเป็น 2 วง วงละ 3 กลีบ กลีบดอกโคนติดกันเป็นหลอดสั้นๆ ปลายแยกเป็นแฉกรูปใบหอก 6 แฉก เกสรเพศผู้สมบูรณ์และไม่สมบูรณ์อย่างละ 6 อัน เรียงสลับกัน รังไข่มีขนนุ่มทั่วไป ผลกลมรี กว้าง 0.9-1.1 ซม. ยาว 1.4-2 ซม. ส่วนบนมีก้านเกสรเพศเมียติดค้างอยู่เป็นติ่งแหลม ฐานผลมีกลีบเลี้ยงที่เจริญขึ้นมารองรับ ผลสุกสีเหลืองหรือเหลืองอมส้ม เนื้อนุ่ม มี 1-2 เมล็ด เมล็ดแข็ง สีน้ำตาลแดงเป็นมัน รูปไข่ ยาว 1-1.5 ซม.
-
ไม้ต้นขนาดเล็กหรือไม้พุ่ม สูง 3- 12 เมตร ทุกส่วนมียางขาว ใบ เดี่ยว เรียงเวียนเป็นกลุ่มที่ปลายกิ่ง รูปไข่กลับหรือรูปรีแกมรูปไข่กลับ กว้าง 2.5-6เซนติเมตร ยาว 5- 12 เซนติเมตร ปลายมนกว้างและหยักเว้า โคนสอบเรียว แผ่นใบหนา ด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน ด้านล่างสีนวล ดอก เดี่ยวหรือแบบช่อกระจุกสั้น ออกที่ชอกใบและเหนือรอยแผลที่เกิดเมื่อ ก้านใบร่วง สีนวลหรือสีเหลืองอ่อน มีกลิ่นหอมอ่อน กลีบเลี้ยง 6 กลีบเรียงเป็น 2 วง วงละ 3 กลีบ กลีบดอกเชื่อมติดกัน ปลายแยก 6 กลีบ สีขาวหรือเหลืองอ่อน เกสรเพศผู้ที่สมบูรณ์และเกสรเพศผู้ที่เป็นหมันอย่างละ 6 เกสร เรียงสลับกัน รังไข่เหนือวงกลีบ ผล แบบผลมีเนื้อหนึ่ง ถึงหลายเมล็ด รูปรีหรือรูปไข่แกมรูปขอบขนาน ปลายผลมีติ่งแหลมผลสุกสีเหลืองหรือเหลืองอมส้ม เมล็ดรูปไข่ มี 1 - 2 เมล็ด
การกระจายพันธุ์ :
-
มีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดีย พม่า ไทย และมีการกระจายพันธุ์ในประเทศศรีลังกา อินเดีย เกาะไหหลำของจีน เวียดนาม กัมพูชา ส่วนในประเทศไทยนั้นพบทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ ภาคตะวันตกเฉียงใต้ และภาคใต้ของประเทศ ชอบขึ้นในที่แห้งแล้ง เป็นดินทรายหรือดินปนหิน ไม่ชื้นแฉะ สภาพป่าที่ค่อนข้างแห้งแล้งในเอเชีย พบตามหินปูน ตามเกาะที่มีเขาหินปูน ในประเทศไทยพบมากตั้งแต่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ลงไป
-
อินเดีย ศรีลังกา ไทย
การขยายพันธุ์ :
-
เพาะเมล็ด ตอนกิ่ง
ข้อมูลการนำไปใช้ประโยชน์
รายละเอียดการนำมาใช้ประโยชน์
-
สรรพคุณตามตำราไทย ส่วนที่ใช้ สรรพคุณตามตำราไทย ผล รับประทาน ทำให้ชุ่มคอ ลดอาการกระหายน้ำ ผลสุกเป็นผลไม้ เนื้อไม้ ต่อเรือและทำลูกสลักใช้ในการต่อเรือ
ข้อมูลเพิ่มเติม
-
การใช้ประโยชน์ด้านอื่นๆ ในประเทศอินเดียมีการใช้ต้นเกดในเชิงพฤกศาสตร์ทางการแพทย์ (Ethno medical uses) เพื่อการรักษาโรคในหลายๆ ด้าน ได้แก่ ผล รักษาโรคข้อเสื่อม ใช้ฟอกเลือด รักษาผิวหนังอันเกิดจากการเผาไม้ของแสงแดด (Heat burning) โรคดีซ่าน บำบัดอารมณ์ร้าย แก้ไข้ เปลือก ช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำนม (galactagogue) รักษาอาการท้องร่วงและโรคบิด แก้ไข้ หลอดลมอักเสบ เป็นยาฝาดสมาน รักษาแผลในกระเพาะอาหาร ใบ รักษาโรคหอบหืด แก้ไข้ ราก แก้ปวดศีรษะ ยางไม้ แก้ปวดฟัน ข้อมูลอื่น/หมายเหตุ ต้นเกดเป็นต้นไม้ที่มีความสำคัญเกี่ยวข้องกับพุทธศาสนิกชนไม่ว่าจะเป็นชาวไทยหรือชาวต่างประเทศมาช้านาน เนื่องจากต้นเกดเป็นไม้สำคัญที่มีความเกี่ยวพันกับพุทธประวัติภายหลังการตรัสรู้ ในสัปดาห์ที่ 7 หลังจากเจ้าชายสิทธัตถะทรงตรัสรู้เป็นองค์สัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว พระองค์ได้ทรงประทับเสวยวิมุตติสุข (สุขอันเกิดแต่ความหลุดพ้นจากกิเลสทั้งปวง) เป็นสัปดาห์สุดท้าย อยู่ ณ ใต้ต้นเกด ซึ่งอยู่ทางทิศใต้ของต้นพระศรีมหาโพธิ์เป็นเวลา 7 วัน นอกจากนี้ ต้นเกดเป็นต้นไม้ที่มีเนื้อไม้แข็งแรง ทนทาน และพบมากตามเกาะแก่งต่างๆ ชาวประมงจึงนิยมนำมาใช้ในการทำเรือหรือใช้เป็นสลักแทนตะปูสำหรับติดกระดานกับโครงเรือ ปัจจุบันต้นเกดเป็นพันธุ์ไม้พระราชทานประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ที่มาของข้อมูล
รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการสำรวจและจัดทำข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพ เล่มที่ 6 ความหลากหลายทางชีวภาพระบบนิเวศเกาะ, ศูนย์วิจัยป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 29 มีนาคม 2549
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
องค์การสวนพฤกษศาสตร์
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
มูลนิธิสวนหลวง ร.9
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
รูปภาพสิ่งมีชีวิต
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
ศูนย์การเรียนรู้ความหลากหลายทางชีวภาพและความยั่งยืน "ชีวพนาเวศ"
ปรับปรุงล่าสุด :
13 พ.ค. 2568
สิ่งมีชีวิตที่เกี่ยวข้อง
Elaeocarpus sphaericus
Amorphophallus curvistylis
Globba geoffrayi
Memecylon elegans
ทองหลาง
Erythrina stricta
Roxb.
ช้าหนาดเขา
Trisepalum speciosum