Toggle navigation
หน้าแรก
ข้อมูลสิ่งมีชีวิต
สัตว์
พืช
จุลินทรีย์ และ สิ่งมีชีวิตที่เกี่ยวข้อง
เกี่ยวกับ TH-BIF
การพัฒนา TH-BIF
หน่วยงานเครือข่ายที่สนับสนุนข้อมูล
การจัดกลุ่มสิ่งมีชีวิต
แนวทางปฏิบัติในการสร้างธรรมมาภิบาลข้อมูลของระบบคลังข้อมูลฯ
ข้อมูลเชิงพื้นที่
แผนที่แสดงข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย
ข้อมูลเชิงพื้นที่ของพื้นที่นำร่อง
ข้อมูลสำรวจ
แผนที่แสดงข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย NEW
ข้อมูลเฉพาะเรื่อง
ผู้เชี่ยวชาญ
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญ
ลงทะเบียนผู้เชี่ยวชาญ
ข่าวประชาสัมพันธ์
ติดต่อเรา
เอกสารเผยแพร่
แบบประเมินผลความพึงพอใจ
แบบประเมินความพึงพอใจ NEW
LOGIN
ข้อมูลสิ่งมีชีวิต
หน้าแรก
ข้อมูลสิ่งมีชีวิต
Wrightia arborea
Wrightia arborea
ชื่อวิทยาศาสตร์แบบเต็ม:
Wrightia arborea
(Dennst.) Mabb.
ชื่อสามัญ::
-
Ivory, Woolly Dyeing Rosebay Darabela, Karingi, La
-
Ivory
ชื่อไทย:
-
โมกมัน
-
มูกมัน โมกมัน
-
มูกมัน
-
โมกน้อย, โมกมัน (ทั่วไป), มูกมัน (น่าน),แนแก (กเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน),มักมัน (สุราษฎร์ธานี), เส่ทือ(กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน)
-
โมกมัน, มักมัน, มูกน้อย, มูกมัน, โมกน้อย
ชื่อท้องถิ่น::
-
มูกมัน มูกน้อย โมกน้อย
-
โมกมัน
อาณาจักร::
Plantae
ไฟลัม::
Tracheophyta
ชั้น::
Magnoliopsida
อันดับ:
Gentianales
วงศ์::
Apocynaceae
สกุล:
Wrightia
วันที่อัพเดท :
21 ก.ค. 2569 15:29 น.
วันที่สร้าง:
21 ก.ค. 2569 15:29 น.
ข้อมูลทั่วไป
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :
-
ไม้ต้น สูง 10-20 เมตร ใบ เดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปรี ท้องใบมีขนนุ่ม กว้าง 1-6.5 ซม. ยาว 2.5-14 ซม. ดอก สีขาว กลีบเลี้ยง รูปถ้วย ยาว 1-2 มม. ผิวด้านนอกมีขน กลีบดอกเป็นหลอด ยาว 2-5 มม. ปลายแยกเป็นกลีบ 5 กลีบ รูปขอบขนานยาว 7-14 มม. มีขนนุ่มทั้งสองด้าน เกสรเพศผู้ติดที่หลอดกลีบดอก รังไข่ยาว 1-2 มม. ผล แห้งแตก กว้าง 0.6-1.8 ซม. ยาว 10-20 ซม. เมล็ดมีขนโดยรอบ
-
ไม้ต้น สูง 10-20 เมตร เปลือกสีน้ำตาล ผิวเรียบหรือแตกเป็นร่องตื้นๆ มีช่องอากาศ ทุกส่วนมียางสีขาว ข้น ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปรี รูปไข่หรือรูปไข่กลับ ปลายใบเรียวแหลม โคนใบแหลม ขอบใบเรียบ ผิวใบมีขนอ่อนนุ่มทั้งสองด้าน ดอกช่อ แบบช่อกระจุก ออกตามซอกใบและปลายกิ่ง ดอกสีขาวนวล หรือมีแต้มสีเหลือง ดอกแก่สีเหลือง กลีบเลี้ยง รูปถ้วย ด้านในมีขนและมีต่อม กลีบดอกมี 5 กลีบ เรียงเวียนรูปกังหัน มีขนทั้งสองด้าน เกสรเพศผู้ติดที่หลอดกลีบดอก ผลแบบฝัก เป็นคู่ ยาว สีน้ำตาล มีช่องอากาศที่เปลือก ผลแห้ง แตกตามตะเข็บแนวเดียว เมล็ดมีจำนวนมาก สีน้ำตาล มีขนสีขาวเป็นพู่ติดอยู่ที่เมล็ด
-
ไม้ต้นขนาดเล็ก-กลาง สูง 10-20 เมตร เรือนยอดกลม ใบ: ใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามกัน รูปรีหรือรูปหอก หรือรูปไข่แกมรี ปลายแหลม ฐานแหลมหรือเบี้ยว ขอบเรียบหรือมีขน ใบมีขนทั้งสองด้าน เส้นใบแบบโค้งคันศรใบแก่ก่อนร่วงมีสีเหลือง ขนาด 3.5-6 x 8-14 เซนติเมตร ดอก: เป็นช่อแบบ compound dichasium เกิดที่ปลายกิ่ง ช่อยาว 3.5-7 เซนติเมตร กลีบเลี้ยง 5 กลีบ ปลายกลีบแยก 5 แฉก สีเขียว กลีบดอกโคนติดกันเป็นหลอด ปลายแยก 5 แฉก สีขาว บางครั้งมีแต้มสีเหลืองหรือเขียว มีกลิ่มหอม เกสรเพศผู้รูปหัวลูกศร มีขนสั้นนุ่่ม รังไข่อยู่เหนือวงกลีบ คาร์เพลเชื่อม 2 อัน ผล: ผลเป็นฝักคู่ มีร่องตามยาวทั้ง 2 ข้าง ผิวของฝักมีช่องอากาศ ผิวขรุขระ เปลือกของฝักมีสีน้ำตาลแดง ฝักแก่มีสีน้ำตาลดำ แตกตามร่องของฝัก เมล็ดขนาดเล็ก ส่วนบนสุดมีขนเป็นกระจุก
เปลือก: เปลือกนอกสีน้ำตาลหรือน้ำตาลเทา แตกเป็นร่องสี่เหลี่ยม เปลือกในสีเหลือง มีน้ำยางสีขาว ไม้ต้น สูงได้ถึง 20 ม. ใบรูปรี ยาว 3-18 ซม. ก้านใบยาว 2-7 มม. ช่อดอกยาว 2-7 ซม. ก้านดอกยาว 0.5-1 ซม. กลีบเลี้ยงรูปไข่ ยาว 1-3 มม. ดอกสีขาวอมเขียว เหลืองอ่อน หรือสีชมพู หลอดกลีบดอกยาว 3-7 มม. กลีบรูปขอบขนาน ยาว 0.8-1.5 ซม. โคนเรียว กะบัง 2 ชั้น แผ่กว้าง ด้านนอกมีขนกระจาย กะบังหน้ากลีบดอกแนบติดกลีบดอกประมาณกึ่งหนึ่ง จักเป็นคลื่น กะบังระหว่างกลีบดอกรูปตัววี สั้นกว่ากะบังหน้ากลีบดอกเล็กน้อย เกสรเพศผู้ติดบนคอหลอดกลีบดอก อับเรณูยาว 5-6 มม. รังไข่เกลี้ยง ก้านเกสรเพศเมียยาว 6-8 มม. รวมยอดเกสร ผลรูปกระสวยติดกัน แห้งแยกกัน ยาว 10-34 ซม. มีช่องอากาศ เมล็ดยาว 1.5-1.7 ซม. กระจุกขนยาว 5-6 ซม.
-
ไม้ต้น สูงได้ถึง 20 ม. ใบรูปรี ยาว 3–18 ซม. ก้านใบยาว 2–7 มม. ช่อดอกยาว 2–7 ซม. ก้านดอกยาว 0.5–1 ซม. กลีบเลี้ยงรูปไข่ ยาว 1–3 มม. ดอกสีขาวอมเขียว เหลืองอ่อน หรือสีชมพู หลอดกลีบดอกยาว 3–7 มม. กลีบรูปขอบขนาน ยาว 0.8–1.5 ซม. โคนเรียว กะบัง 2 ชั้น แผ่กว้าง ด้านนอกมีขนกระจาย กะบังหน้ากลีบดอกแนบติดกลีบดอกประมาณกึ่งหนึ่ง จักเป็นคลื่น กะบังระหว่างกลีบดอกรูปตัววี สั้นกว่ากะบังหน้ากลีบดอกเล็กน้อย เกสรเพศผู้ติดบนคอหลอดกลีบดอก อับเรณูยาว 5–6 มม. รังไข่เกลี้ยง ก้านเกสรเพศเมียยาว 6–8 มม. รวมยอดเกสร ผลรูปกระสวยติดกัน แห้งแยกกัน ยาว 10–34 ซม. มีช่องอากาศ เมล็ดยาว 1.5–1.7 ซม. กระจุกขนยาว 5–6 ซม.
-
จัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กผลัดใบ มีความสูงของต้นประมาณ 5-15 เมตร เปลือกลำต้นเป็นสีขาวหรือสีเทาอ่อน เปลือกต้นแตกเป็นร่องตื้นๆ ตามยาว มีขนสีขาวตามกิ่งอ่อนและยอดอ่อน มีรูอากาศมาก ที่เปลือกด้านในมีน้ำยางสีขาว
-
ไม้พุ่มต้นขนาดกลาง ผลัดใบ สูง 8 – 20 ม. ลำต้นตรง เปลือกนอกสีเทาอ่อนถึงน้ำตาล แตกเป็นร่องยาวตามลำต้น
การกระจายพันธุ์ :
-
พบตามป่าผลัดใบ ที่ระดับความสูงไม่เกิน 1,000 เมตร ออกดอกเดือน เม.ย. ติดผลเดือน พ.ค.
-
กระจายพันธุ์ในเขตเอเชียตะวันออกถึงประเทศจีนตอนใต้ ประเทศอินเดีย ศรีลังกา เนปาล บังคลาเทศ พม่า ประเทศไทย ลาว เวียดนาม และมาเลเซีย
รายละเอียดอื่นๆ ของแหล่งที่พบ :
-
พื้นที่ชุ่มน้ำหนองบงคาย
-
อำเภอลับแล
-
ภูผาเทิบ
-
เขตห้ามล่าสัตว์ป่าแก่งคอย
-
เขาเตาหม้อ
-
เขาท่าเพชร
-
เขาประทับช้าง
-
เขาพนมทอง
-
ดอนศิลา
-
ดอยพระบาท
-
ถ้ำประทุน
-
ทับพญาลอ
-
ป่าเขาภูหลวง
-
ภูสันเขียว
-
ลุ่มน้ำปายฝั่งซ้าย
-
ขุนแจ
-
เขาค้อ
-
เขาพระวิหาร
-
เขาสามร้อยยอด
-
หมู่เกาะเสม็ด
-
แจ้ซ้อน
-
ดอยภูนาง
-
ตาดโตน
-
น้ำตกผาเสื่อ
-
ถ้ำผาไท
-
ทุ่งแสลงหลวง
-
น้ำตกพาเจริญ
-
น้ำตกแม่สุรินทร์
-
น้ำตกสามหลั่น
-
น้ำพอง
-
ป่าหินงาม
-
พุเตย
-
นายอย
-
ภูซาง
-
ภูพาน
-
ภูแลนคา
-
ภูเวียง
-
ภูสระดอกบัว
-
แม่ปืม
-
แม่วะ
-
แม่วาง
-
รามคำแหง
-
ลานสาง
-
ลำคลองงู
-
ศรีลานนา
-
สาละวิน
-
หมู่เกาะเภตรา
-
เขาชมภู่
-
เชียงดาว
-
ซับลังกา
-
ดงใหญ่
-
ดอยผาช้าง
-
ดอยเวียงหล้า
-
ดอยหลวง
-
ห้วยใหญ่
-
โตนปริวรรต
-
ถ้ำเจ้าราม
-
ทุ่งใหญ่นเรศวร
-
น้ำปาด
-
ยอดมน
-
ผาผึ้ง
-
พนมดงรัก
-
ภูขัด
-
ภูเขียว
-
ภูกระแต
-
ภูผาแดง
-
ภูทอง
-
ภูวัว
-
ภูสีฐาน
-
แม่ตื่น
-
แม่น้ำภาชี
-
แม่ยวมฝั่งขวา
-
แม่แสะ
-
ยอดโดม
-
ลำน้ำน่านฝั่งขวา
-
ลุ่มน้ำปาย
-
เวียงลอ
-
สลักพระ
-
สันปันแดน
-
ห้วยขาแข้ง
-
ห้วยสำราญ
-
ห้วยศาลา
-
อมก๋อย
-
อุ้มผาง
-
สุรินทร์
-
ไร่
-
จังหวัดลำปาง
แหล่งที่พบภายในประเทศ :
-
อุตรดิตถ์
-
มุกดาหาร
-
สระบุรี
-
เพชรบุรี
-
สุราษฎร์ธานี
-
ราชบุรี
-
พิษณุโลก
-
เชียงราย
-
ลำปาง
-
อุทัยธานี
-
พะเยา, เชียงราย
-
นครราชสีมา
-
แม่ฮ่องสอน
-
เพชรบูรณ์
-
อุบลราชธานี, ศรีสะเกษ
-
ประจวบคีรีขันธ์
-
ระยอง
-
พะเยา
-
ชัยภูมิ
-
เพชรบูรณ์, พิษณุโลก
-
ตาก
-
ขอนแก่น, ชัยภูมิ
-
สุพรรณบุรี
-
อุบลราชธานี
-
สกลนคร, กาฬสินธุ์
-
ขอนแก่น
-
มุกดาหาร, ยโสธร, อำนาจเจริญ
-
เชียงราย, พะเยา
-
ลำปาง, ตาก
-
เชียงใหม่
-
สุโขทัย
-
กาญจนบุรี
-
ตรัง, สตูล
-
ชลบุรี
-
ลพบุรี
-
บุรีรัมย์
-
พะเยา, น่าน
-
แพร่
-
ชัยภูมิ, เพชรบูรณ์
-
พังงา
-
สุโขทัย, ลำปาง
-
กาญจนบุรี, ตาก
-
ศรีสะเกษ
-
เลย
-
บึงกาฬ
-
กาฬสินธุ์
-
แพร่, อุตรดิตถ์
-
อุทัยธานี, กาญจนบุรี, ตาก
-
สุรินทร์
-
ป่าชุมชนอาลอ-โดนแบน
-
ฉะเฉิงเทรา
-
ศรีสะเกษ, อุดรธานี
ลักษณะทางสัณฐานวิทยา :
-
ไม้ต้นขนาดเล็ก
-
ใบ - ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงตรงข้ามกันสลับตั้งฉาก ลักษณะของใบเป็นรูปรีหรือรูปไข่ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 3-8 เซนติเมตรและยาวประมาณ 7-18 เซนติเมตร ปลายใบแหลมหรือเรียวแหลม โคนใบสอบ ส่วนขอบใบเรียบไม่มีหยัก พื้นผิวใบบางคล้ายแผ่นกระดาษ แผ่นใบมีขนนุ่มทั้งสองด้าน ด้านบนมีขนเฉพาะที่เส้นกลางใบหรือมีขนทั่วไป ส่วนด้านล่างมีขนที่เส้นกลางใบและเส้นแขนงใบอย่างทั่วถึง มีเส้นแขนงใบข้างละประมาณ 8-12 เส้น ก้านใบยาวประมาณ 2-7 มิลลิเมตร มีขนสั้นนุ่มประปราย
ดอก - ออกดอกเป็นช่อกระจุกตามปลายกิ่ง ช่อหนึ่งยาวประมาณ 3-6 เซนติเมตร ดอกเป็นสีขาวอมเหลือ ดอกมีกลิ่นหอม ก้านช่อดอกและก้านดอกย่อยมีขนสั้นนุ่มขึ้นอยู่ประปรายถึงหนาแน่น กลีบดอกมี 5 กลีบ กลีบดอกบิด โคนกลีบเชื่อมติดกันเป็นหลอด ยาวประมาณ 4-5 มิลลิเมตร กลีบดอกเป็นรูปรี รูปรีแกมรูปไข่กลับ หรือเป็นรูปไข่กลับ ปลายมน มีขนาดกว้างประมาณ 4-6 มิลลิเมตร และยาวประมาณ 0.8-1.2 เซนติเมตร ปลายหลอดกลีบดอกก้านดอกมีขนสั้นนุ่ม ส่วนด้านในเกลี้ยงถึง
มีขนละเอียด กระบังรอบที่ติดตรงข้ามกลีบดอกยาวประมาณ 3.5-5 มิลลิเมตร ติดแนบเกือบตลอดความยาว ปลายจักเป็นซี่ฟัน กระบังรอบที่ติดสลับกับกลีบดอกยาวประมาณ 1.5- มิลลิเมตร ลักษณะเป็นรูปแถบ ปลายแยกเป็นแฉก 2 แฉก ภายในหลอดดอกมีทั้งเกสรเพศผู้และเกสรเพศเมีย เกสรเพศผู้จะติดบนหลอดกลีบดอก โผล่พ้นมาจากปากหลอด อับเรณูเป็นรูปหัวลูกศร มีขนสั้นนุ่มที่ด้านนอก รัง
ไข่จะอยู่เหนือวงกลีบ คาร์เพลเชื่อม 2 อัน ส่วนกลีบเลี้ยงดอกโคนเชื่อมติดกัน ปลายแยกเป็นแฉก 5 แฉก กลีบเลี้ยงมีลักษณะเป็นรูปไข่ ปลายมนถึงแหลม มีขนสั้นนุ่มอยู่ประปรายถึงหนาแน่น กลีบเลี้ยงกว้างประมาณ 2-3 มิลลิเมตร และยาวประมาณ 2.5-5 มิลลิเมตร ดอกแรกบานจะเป็นสีขาวอมเหลือง ข้างนอกเป็นสีเขียวอ่อน และเมื่อดอกบานเต็มที่จะมีขนาดกว้างประมาณ 1 นิ้ว และจะเปลี่ยนเป็นสีม่วงหรือสีแดงม่วง โดยจะออกดอกในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนสิงหาคม
ผล - ออกผลเป็นฝักยาวคิดคู่กันและห้อยลง ลักษณะของฝักเป็นรูปทรงกระบอก เป็นร่อง 2 ร่อง มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 8-11 มิลลิเมตร และยาวประมาณ 7-14 นิ้ว พื้นผิวฝักเกลี้ยงหรือขรุขระ ไม่มีรูอากาศ ฝักเมื่อแก่เต็มแห้งแล้วจะแตกออกได้ ภายในมีเมล็ดเป็นจำนวนมาก ลักษณะของเมล็ดเป็นรูปรีหรือ
รูปแถบ มีขนาดกว้างประมาณ 1.5-2.5 มิลลิเมตร และยาวประมาณ 12-16 มิลลิเมตร ที่ปลายด้านหนึ่งมีขนปุยสีขาวเป็นกระจุกติดอยู่ กระจุกขนยาวประมาณ 2-4 มิลลิเมตร ทำให้ปลิวไปตามลมได้ไกล โดยจะติดผลในช่วงประมาณเดือนสิงหาคมถึงเดือนธันวาคม
-
ไม้ยืนต้น
ระบบนิเวศ :
-
ขึ้นตามชายป่าหรือในป่าดิบแล้ง และป่าเบญจพรรณ ความสูง 200-1500 เมตร พบตามพื้นที่ถูกแผ้วถาง ทุ่งหญ้า ป่าผลัดใบและชายป่าดิบ
ข้อมูลการนำไปใช้ประโยชน์
รายละเอียดการนำมาใช้ประโยชน์
-
เครื่องจักสานและเครื่องใช้สอย
-
เป็นไม้โตเร็ว เนื้อไม้แข็งปานกลาง ใช้ทำเครื่องกลึง แกะสลักตัวหมากรุก ลูกคิด แจว พายกรรเชียง กระสวย หวี เป็นต้น และใช้เป็นยาขับเลือด กระพี้แก้ดีพิการ รากแก้ลมสันดานเปลือกลำต้นรักษาโรคไต ทำธาตุให้ปกติ ฆ่าเชื้อคุดทะราด ปลูกเป็นไม้ประดับ ไม้จัดสวนเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. ไม้หวงห้ามธรรมดาตามบัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ. 2530
ที่มาของข้อมูล
องค์การสวนพฤกษศาสตร์
รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการพื้นที่ชุ่มน้าของประเทศไทย สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, 2561
รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) ระบบนิเวศป่าไม้ (Forest Ecosystem) โครงการติดตามและวิเคราะห์ประเมินสถานภาพความหลากหลายทางชีวภาพ ในพื้นที่วิกฤตทางความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Hotspots) จังหวัดอุตรดิตถ์ แพร่ น่าน และพะเยา, ศูนย์วิจัยป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 28 กันยายน 2554
รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการสำรวจและจัดทำข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพ เล่มที่ 8 ความหลากหลายทางชีวภาพระบบนิเวศแห้งแล้งและกึ่งชื้น, ศูนย์วิจัยป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 29 มีนาคม 2549
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
กองจัดการสิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรม
กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
โครงการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากฐานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมป่าชุมชนอาลอ-โดนแบน โดยการมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชนในท้องถิ่น, กองทุนสิ่งแวดล้อม, สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ทรัพยากรธรรมชาติของคนชายโขง, กองทุนสิ่งแวดล้อม สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ป่าชุมชน บ.ทุ่ง ต.แจ้ซ้อน อ.เมืองปาน
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด
ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินช้อนอันเนื่องมาจากพระระราชดำริ
บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน), 2566
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
รูปภาพสิ่งมีชีวิต
ที่มา :
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ปรับปรุงล่าสุด :
22 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินช้อนอันเนื่องมาจากพระระราชดำริ
ปรับปรุงล่าสุด :
27 พ.ค. 2568
ที่มา :
ศูนย์การเรียนรู้ความหลากหลายทางชีวภาพและความยั่งยืน "ชีวพนาเวศ"
ปรับปรุงล่าสุด :
6 พ.ค. 2568
ที่มา :
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ปรับปรุงล่าสุด :
12 ก.ค. 2566
สิ่งมีชีวิตที่เกี่ยวข้อง
Sunipia rimannii
Mitracarpus villosus
Euphorbia cyathophora
Didymocarpus wattianus
Medinilla rubicunda
Trichilia connaroides