Toggle navigation
หน้าแรก
ข้อมูลสิ่งมีชีวิต
สัตว์
พืช
จุลินทรีย์ และ สิ่งมีชีวิตที่เกี่ยวข้อง
เกี่ยวกับ TH-BIF
การพัฒนา TH-BIF
หน่วยงานเครือข่ายที่สนับสนุนข้อมูล
การจัดกลุ่มสิ่งมีชีวิต
แนวทางปฏิบัติในการสร้างธรรมมาภิบาลข้อมูลของระบบคลังข้อมูลฯ
ข้อมูลเชิงพื้นที่
แผนที่แสดงข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย
ข้อมูลเชิงพื้นที่ของพื้นที่นำร่อง
ข้อมูลสำรวจ
แผนที่แสดงข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย NEW
ข้อมูลเฉพาะเรื่อง
ผู้เชี่ยวชาญ
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญ
ลงทะเบียนผู้เชี่ยวชาญ
ข่าวประชาสัมพันธ์
ติดต่อเรา
เอกสารเผยแพร่
แบบประเมินผลความพึงพอใจ
แบบประเมินความพึงพอใจ NEW
LOGIN
ข้อมูลสิ่งมีชีวิต
หน้าแรก
ข้อมูลสิ่งมีชีวิต
Vitex peduncularis
Vitex peduncularis
ชื่อวิทยาศาสตร์แบบเต็ม:
Vitex peduncularis
Wall. ex Schauer
ชื่อสามัญ::
-
Ka sam pik
-
-
-
KaaSampeek
ชื่อไทย:
-
กาสามปีก
-
กาสามปิก
ชื่อท้องถิ่น::
-
Ti si so po, Sa ko po (Karen-Chiang Mai)
-
ตีนนกผู้ มะยาง ห้าชั้น (เชียงใหม่), สวองหิน (นครราชสีมา), ไข่เน่า (นครราชสีมา, ลพบุรี), เน่า (ลพบุรี), ขี้มอด (นครปฐม), แคตีนนก (กาญจนบุรี), กะพุน ตะพรุน (จันทบุรี), ตะพุน ตะพุนทอง ตะพุ่ม สะพุนทอง (ตราด), กานน สมอกานน สมอตีนนก สมอหิน (ราชบุรี, ประจวบคีรีธ
-
กาสามปีก
อาณาจักร::
Plantae
ไฟลัม::
Tracheophyta
ชั้น::
Magnoliopsida
อันดับ:
Lamiales
วงศ์::
Lamiaceae
สกุล:
Vitex
วันที่อัพเดท :
17 ส.ค. 2563 09:15 น.
วันที่สร้าง:
17 ส.ค. 2563 09:15 น.
ข้อมูลทั่วไป
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :
-
ไม้ต้น สูง 10-20 ม. ใบประกอบแบบนิ้วมือ ออกตรงข้าม ใบย่อย 3-5 ใบ รูปขอบขนานหรือรูปใบหอก กว้าง 4-7 ซม. ยาว 8-15 ซม. ช่อดอกแบบช่อแยกแขนง ออกที่ซอกใบหรือปลายกิ่ง ดอกรูปปากเปิด สีเหลืองอ่อน ผลทรงกลม เมื่อสุกสีดำ ออกดอกเดือน มี.ค.-พ.ค.
-
ไม้พุ่มขนาดเล็ก
-
ไม้ผลัดใบหรือกึ่งผลัดใบ สูงถึง 25 ม. แต่ขนาดมักจะเล็กกว่านนี้ เปลือกต้นสีเทาอ่อนเกลี้ยงหรือแตกตื้น ๆ หลุดออก เปลือกชั้นในสีส้มอ่อนอมครีม ใบประกอบ 3 ใบ ใบย่อย 8-17 ซม. ใบแก่บาง ด้านล่างเกลี้ยงมีขนห่าง ๆ และมีจุดสีเหลือง (ต่อมยาง) ก้านใบย่อยด้านข้าง 0.5-1.5 ซม. ก้านใบร่วม 5-9 ซม. มักจะมีปรกในต้นที่ยังอ่อนแต่ไม่มีปีกในต้นแก่ ดอก 0.7-1 ซม. สีขาว มีแต้มสีเหลืองหรือม่วง ช่อดอกแตกแขนงแคบ ๆ ออกในซอกใบหรือหลังใบ ช่อยาว 10-25 ซม. ก้านดอก 2-6 มม. ก้านเรียวมีกาบเล็ก ๆ ชั้นกลีบเลี้ยงและกลีบดอกมีขนและมีจุดสีเหลืองมัน ๆ ด้านนอก ชั้นกลีบเลี้ยง -+2 มม. หลอดกลีบดอก -+4 มม. ปากล่างยาวกว่าหลอดกลีบ ผล 0.5-0.8 ซม. สีเขียวอมเหลือง สีแดงอมม่วงถึงดำ มีเนื้อและชั้นหุ้มเมล็ดแข็ง ภายในมี 4 เมล็ด
รายละเอียดอื่นๆ ของแหล่งที่พบ :
-
ปากน้ำตรัง
-
อุตรดิตถ์, แพร่
-
น่าน
-
พะเยา, น่าน
-
ป่าดอยอินทนนท์, และกิ่งอำเภอดอยหล่อ
-
ผาแต้ม
-
เขาพนมทอง
-
ดอนศิลา
-
ดอยพระบาท
-
ทับพญาลอ
-
ป่าเขาภูหลวง
-
ลุ่มน้ำปายฝั่งซ้าย
-
แก่งตะนะ
-
ขุนแจ
-
เขาค้อ
-
หมู่เกาะเสม็ด
-
เขาใหญ่
-
เขื่อนศรีนครินทร์
-
คลองลาน
-
แจ้ซ้อน
-
เฉลิมพระเกียรติไทยประจัน
-
ดอยขุนตาล
-
ดอยจง
-
ดอยภูนาง
-
ดอยหลวง
-
ถ้ำผาไท
-
ไทรทอง
-
น้ำตกพาเจริญ
-
น้ำตกแม่สุรินทร์
-
น้ำตกโยง
-
ปางสีดา
-
ภูกระดึง
-
ภูซาง
-
ภูพาน
-
ภูเวียง
-
ภูสวนทราย
-
แม่ปืม
-
แม่วะ
-
แม่วาง
-
รามคำแหง
-
ลำคลองงู
-
ศรีลานนา
-
สาละวิน
-
หมู่เกาะเภตรา
-
เอราวัณ
-
บางคราม
-
เขาสนามเพรียง
-
เขาอ่างฤาไน
-
คลองเครือหวาย
-
เชียงดาว
-
ดงใหญ่
-
ดอยผาช้าง
-
ดอยผาเมือง
-
ดอยเวียงหล้า
-
ห้วยใหญ่
-
ถ้ำเจ้าราม
-
ทุ่งใหญ่นเรศวร
-
น้ำปาด
-
ผาผึ้ง
-
ภูขัด
-
ภูเขียว
-
ภูกระแต
-
ภูผาแดง
-
ภูทอง
-
ภูวัว
-
ภูหลวง
-
แม่ตื่น
-
แม่น้ำภาชี
-
แม่ยวมฝั่งขวา
-
ลำน้ำน่านฝั่งขวา
-
ลุ่มน้ำปาย
-
เวียงลอ
-
สลักพระ
-
สะเมิง
-
สันปันแดน
-
ห้วยขาแข้ง
-
ห้วยสำราญ
-
ห้วยศาลา
-
อมก๋อย
-
ตาพระยา
-
ไร่
-
จังหวัดลำปาง
-
จังหวัดขอนแก่น
แหล่งที่พบภายในประเทศ :
-
อุตรดิตถ์,แพร่
-
แพร่,น่าน
-
พะเยา,น่าน
-
เชียงใหม่
-
อุบลราชธานี
-
พิษณุโลก
-
เชียงราย
-
ลำปาง
-
พะเยา, เชียงราย
-
นครราชสีมา
-
แม่ฮ่องสอน
-
เพชรบูรณ์
-
ระยอง
-
สระบุรี, นครราชสีมา, ปราจีนบุรี, นครนายก
-
กาญจนบุรี
-
กำแพงเพชร
-
ราชบุรี
-
ลำพูน, ลำปาง
-
ลำปาง, ลำพูน
-
พะเยา
-
เชียงราย, ลำปาง, พะเยา
-
ชัยภูมิ
-
ตาก
-
นครศรีธรรมราช
-
สระแก้ว
-
เลย
-
สกลนคร, กาฬสินธุ์
-
ขอนแก่น
-
เชียงราย, พะเยา
-
ลำปาง, ตาก
-
สุโขทัย
-
ตรัง, สตูล
-
กระบี่, ตรัง
-
ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, สระแก้ว
-
จันทบุรี
-
บุรีรัมย์
-
พะเยา, น่าน
-
แพร่
-
ชัยภูมิ, เพชรบูรณ์
-
สุโขทัย, ลำปาง
-
กาญจนบุรี, ตาก
-
อุตรดิตถ์
-
บึงกาฬ
-
เลย, เพชรบูรณ์
-
แพร่, อุตรดิตถ์
-
อุทัยธานี, กาญจนบุรี, ตาก
-
สุรินทร์
-
ศรีสะเกษ
-
บุรีรัมย์, สระแก้ว
-
ศรีสะเกษ, อุดรธานี
ลักษณะทางสัณฐานวิทยา :
-
ไม้ต้น
-
ต้นกาสามปีก จัดเป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ มีความสูงประมาณ 10-15 เมตร และอาจสูงได้ถึง 30 เมตร เปลือกต้นเป็นสีน้ำตาลอ่อนถึงสีน้ำตาลเข้มหรือดำ กิ่งอ่อนเป็นสี่เหลี่ยม มีขนอ่อนขึ้นประปราย ส่วนกิ่งแก่จะเกลี้ยงไม่มีขน ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด ชอบแสงแดดจัด ขึ้นได้ดีในดินแทบทุกชนิด มีเขตการกระจายพันธุ์ในภาคเหนือของปากีสถาน อินเดีย ศรีลังกา พม่า ภูมิภาคอินโดจีน และมาเลเซีย ส่วนในประเทศไทยพบกระจายพันธุ์อยู่ทั่วทุกภาคของประเทศ โดยมักพบขึ้นในป่าเบญจพรรณชื้น ป่าดิบเขา ป่าดิบแล้ง ป่าเต็งรัง และป่าคืนสภาพ พบมากในป่าชายหาด บนพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 400-900 เมตร
ใบกาสามปีก ใบเป็นใบประกอบแบบนิ้วมือ เรียงตรงข้าม มีใบย่อย 3 ใบ ก้านใบเรียว ยาวประมาณ 3.5-7 เซนติเมตร ด้านบนเรียบหรือเป็นร่องตื้น มีขอบเป็นสันชัดเจน ผิวเรียบหรือมีขนขึ้นประปราย ลักษณะของใบย่อยเป็นรูปขอบขนานถึงรูปรี หรือเป็นรูปคล้ายใบหอก ปลายใบเรียวแหลม โคนใบเรียวแหลม ส่วนขอบใบเรียบ แผ่นใบหนา ใบย่อยจะมีขนาดไม่เท่า โดยใบกลางจะมีขนาดกว้างประมาณ 1.5-5.5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 4-17 เซนติเมตร ใบอ่อนมีขนสีน้ำตาลขึ้นประปราย ส่วนใบแก่ด้านบนจะเกลี้ยง ด้านล่างมีขนขึ้นตามเส้นกลางใบ ปลายเส้นแขนงใบโค้งจรดกัน เห็นได้ไม่ชัด ก้านใบย่อยยาวได้ประมาณ 0.1-1.2 เซนติเมตร
ดอกกาสามปีก ออกดอกเป็นช่อ โดยจะออกตามง่ามใบใกล้ปลายกิ่ง ออกเป็นช่อเดี่ยว ๆ หรือเป็นคู่ มีขนาดกว้างประมาณ 3-6 เซนติเมตร และยาวประมาณ 8-25 เซนติเมตร แตกแขนงเป็นคู่ตรงข้ามหรือเกือบตรงข้ามกัน แต่ละแขนงจะแตกแขนงย่อยเป็นคู่ ๆ อีกประมาณ 1-3 คู่ ที่ปลายสุดของกิ่งจะเป็นช่อกระจุก ก้านช่อดอกยาวประมาณ 3-0.5 เซนติเมตร มีใบประดับติดเป็นคู่ตรงจุดที่แตกกิ่ง ยาวประมาณ 1-3 มิลลิเมตร ร่วงได้ง่าย ดอกกาสามปีกจะมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ มีใบประดับย่อยขนาดเล็ก 1 คู่ ติดอยู่ใต้กลีบเลี้ยง ยาวประมาณ 1 มิลลิเมตร กลีบเลี้ยงดอกมี 5 กลีบ โคนติดกันเป็นรูปกรวย สูงประมาณ 1.5-2.5 เซนติเมตร ที่ปลายแยกเป็นแฉกสามเหลี่ยมเล็ก 5 แฉก แฉกด้านล่างมักจะมีขนาดใหญ่กว่าแฉกอื่น ๆ กว้างได้ประมาณ 5 มิลลิเมตร ดอกมีเกสรเพศผู้ 4 อัน แบ่งเป็นอันยาว 2 อัน และสั้น 2 อัน ส่วนรังไข่มี 3-4 ช่อง
ผลกาสามปีก ผลมีลักษณะกลม มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 5-8 มิลลิเมตร ฝาปิดขั้วผลมีขนาดกว้างประมาณ 1 ใน 4 ของตัวผล มีเนื้อหุ้มเมล็ดบาง ๆ ผลอ่อนเป็นสีเขียว เมื่อสุกจะเปลี่ยนเป็นสีแดง ภายในผลมีเมล็ด 1 เมล็ด เมล็ดแข็งมาก
ระบบนิเวศ :
-
พบในป่ากึ่งโล่งแจ้ง และป่าชั้นที่สอง
ข้อมูลการนำไปใช้ประโยชน์
รายละเอียดการนำมาใช้ประโยชน์
-
อาหาร,สมุนไพร,ที่อยู่อาศัย,เครื่องจักสานและเครื่องใช้สอย,ใช้ก่อสร้างบ้านเรือน
-
เปลือกต้นใช้เป็นยาบำรุงหัวใจ ในอินเดียจะใช้น้ำต้มจากใบและเปลือกเป็นยาลดไข้ และเชื่อว่าน้ำคั้นจากใบมีสรรพคุณทางยา เปลือกต้นใช้ต้มกับน้ำดื่มเป็นยาแก้นิ่วในทางเดินปัสสาวะ เนื้อไม้ใช้เป็นยาแก้ปัสสาวะดำหรือปัสสาวะเป็นเลือด บางข้อมูลระบุว่าราก ต้นและใบของสมุนไพรชนิดนี้สามารถนำมาใช้เป็นยารักษาโรคไข้จับสั่นหรือไข้มาลาเรียได้
-
4.1 Medicine for human (ยารักษาโรคมนุษย์)
ข้อมูลเชิงพิพิธภัณฑ์
Barcode
ชื่อพิพิธภัณฑ์
จังหวัด
ลักษณะ
สถานที่
-
NSM
Chiang Mai
Barcode
ชื่อพิพิธภัณฑ์
จังหวัด
ลักษณะ
สถานที่
ที่มาของข้อมูล
องค์การสวนพฤกษศาสตร์
รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการพื้นที่ชุ่มน้าของประเทศไทย สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, 2561
รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) ระบบนิเวศป่าไม้ (Forest Ecosystem) โครงการติดตามและวิเคราะห์ประเมินสถานภาพความหลากหลายทางชีวภาพ ในพื้นที่วิกฤตทางความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Hotspots) จังหวัดอุตรดิตถ์ แพร่ น่าน และพะเยา, ศูนย์วิจัยป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 28 กันยายน 2554
รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) ระบบนิเวศภูเขา (Mountain Ecosystem) โครงการติดตามและวิเคราะห์ประเมินสถานภาพความหลากหลายทางชีวภาพ ในพื้นที่วิกฤตทางความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Hotspots) จังหวัดอุตรดิตถ์ แพร่ น่าน และพะเยา, ศูนย์วิจัยป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 28 กันยายน 2554
รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) ระบบนิเวศแห้งแล้งและกึ่งชื้น (Dry and Sub-humid Ecosystem) โครงการติดตามและวิเคราะห์ประเมินสถานภาพความหลากหลายทางชีวภาพ ในพื้นที่วิกฤตทางความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Hotspots) จังหวัดอุตรดิตถ์ แพร่ น่าน และพะเยา, ศูนย์วิจัยป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 28 กันยายน 2554
รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการสำรวจและจัดทำข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพ เล่มที่ 2 ความหลากหลายทางชีวภาพระบบนิเวศป่าไม้, ศูนย์วิจัยป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 29 มีนาคม 2549
รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการสำรวจและจัดทำข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพ เล่มที่ 8 ความหลากหลายทางชีวภาพระบบนิเวศแห้งแล้งและกึ่งชื้น, ศูนย์วิจัยป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 29 มีนาคม 2549
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม
กองจัดการสิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรม
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
ป่าชุมชน บ.ทุ่ง ต.แจ้ซ้อน อ.เมืองปาน
บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน), 2566
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
พืชสมุนไพร ป่าชุมชนตะลุมพุก, โครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ พื้นที่รอบป่ามรดกโลก "ดงพญาเย็น-เขาใหญ่" ฝั่งตะวันออก, กองทุนสิ่งแวดล้อม สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ
รูปภาพสิ่งมีชีวิต
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ปรับปรุงล่าสุด :
11 ม.ค. 2567
ที่มา :
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ปรับปรุงล่าสุด :
11 ม.ค. 2567
สิ่งมีชีวิตที่เกี่ยวข้อง
สะบันงาป่า
Goniothalamus griffithii
โคลงเคลงช้าง
Melastoma sanguineum
Garcinia acuminata
Livistona jenkinsiana
Schoenus calostachyus
Thalassia hemprichii