Toggle navigation
หน้าแรก
ข้อมูลสิ่งมีชีวิต
สัตว์
พืช
จุลินทรีย์ และ สิ่งมีชีวิตที่เกี่ยวข้อง
เกี่ยวกับ TH-BIF
การพัฒนา TH-BIF
หน่วยงานเครือข่ายที่สนับสนุนข้อมูล
การจัดกลุ่มสิ่งมีชีวิต
แนวทางปฏิบัติในการสร้างธรรมมาภิบาลข้อมูลของระบบคลังข้อมูลฯ
ข้อมูลเชิงพื้นที่
แผนที่แสดงข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย
ข้อมูลเชิงพื้นที่ของพื้นที่นำร่อง
ข้อมูลสำรวจ
แผนที่แสดงข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย NEW
ข้อมูลเฉพาะเรื่อง
ผู้เชี่ยวชาญ
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญ
ลงทะเบียนผู้เชี่ยวชาญ
ข่าวประชาสัมพันธ์
ติดต่อเรา
เอกสารเผยแพร่
แบบประเมินผลความพึงพอใจ
แบบประเมินความพึงพอใจ NEW
LOGIN
ข้อมูลสิ่งมีชีวิต
หน้าแรก
ข้อมูลสิ่งมีชีวิต
Antidesma ghaesembilla
Antidesma ghaesembilla
ชื่อวิทยาศาสตร์แบบเต็ม:
Antidesma ghaesembilla
Gaertn.
ชื่อสามัญ::
-
Mao khai pla
-
Black currant, Wild black berry
-
เม่าไข่ปลา
ชื่อไทย:
-
เม่าไข่ปลา
-
มะเม่าไข่ปลา
-
เม่าปลาไข่
ชื่อท้องถิ่น::
-
กูแจ ขะเม่าผา มะเม่า มะเม่าข้าวเบา มังเม่า เม่าทุ่ง
-
มะเม่าผา มะเม่า (อีสาน) ขมวยตาครวย (อุบลราชธานี กาฬสินธุ์ ชัยภูมิ) มะเม่าข้าวเบา (ชุมพร) มังเม่า (จันทบุรี) เม่าทุ่ง (ชุมพร สงขลา) กูแจ (นราธิวาส)
-
เม่าไข่ปลา
อาณาจักร::
Plantae
ไฟลัม::
Tracheophyta
ชั้น::
Magnoliopsida
อันดับ:
Malpighiales
วงศ์::
Phyllanthaceae
สกุล:
Antidesma
วันที่อัพเดท :
30 ก.ค. 2563 00:00 น.
วันที่สร้าง:
30 ก.ค. 2563 00:00 น.
ข้อมูลทั่วไป
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :
-
ไม้ต้น ขนาดเล็ก สูง 2-6 เมตร ลำต้น ตั้งตรง กิ่งอ่อนและยอดอ่อนมีขน เรือนยอดแผ่กว้าง เปลือกนอกสีน้ำตาล แตกเป็นร่องตามยาวลำต้น แตกเป็นสะเก็ด เปลือกในสีแดงอมชมพู ใบ เดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่ถึงรูปวงรี หลังใบเกลี้ยงหรือมีขนประปราย ท้องใบมีขนสั้นๆ ปลายป้านหรือมีติ่งที่ปลายใบ
ทั้งสองด้าน ใบอ่อนสีชมพูมีขน ใบแก่สีเขียวไม่มีขนหรือมีขนห่างๆ ก้านล่างและเส้นใบด้านบน
เส้นใบข้างโค้ง 6-7 คู่ ก้านใบมีขนสีแดงขณะยังอ่อน ดอก ออกเป็นช่อที่ซอกใบและปลายกิ่ง ดอกย่อยจำนวนมาก สีเขียว ขนาดเล็ก ระยะเวลาออกดอกระหว่างเดือนมีนาคม-กรกฎาคม ผล สดรูปทรงกลม เบี้ยว เมื่อสุกสีแดงคล้ำถึงดำ มีเมล็ดเดียว กลมหรือแบนเล็กน้อย มีขนปกคลุม ด้านบนมีติ่งเล็กๆ
-
บรรยายลักษณะต้น:ไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก สูงได้ถึง 20 เมตร กิ่งอ่อนมีขนสั้นนุ่มสีน้ำตาล ใบ:ใบเดี่ยว เรียงเวียน รูปขอบขนาน รูปไข่หรือรูปไข่กลับ กว้าง 2-4.5 เซนติเมตร ยาว 4-6 เซนติเมตร ปลายมน กลม หรือแหลม ฐานใบกลมถึงรูปหัวใจ ขอบใบเรียบแผ่นใบบางคล้ายกระดาษกึ่งหนาคล้ายแผ่นหนัง มีขนสั้นนุ่มถึงเกลี้ยงทั้งสองด้าน เส้ันแขนงใบข้างละ 5-8 เส้น เส้นใบย่อยแบบร่างแหชัดเจน ก้านใบมีขนประปรายถึงหนาแน่น หูใบรูปลิ่มแคบ ร่วงง่ายดอก:ดอกแยกเพศต่างต้น ช่อดอกแบบกระจะ ออกที่ซอกใบ แกนช่อดอกเพศผู้มีขนสีน้ำตาลแดง ใบประดับรูปใบหอก มีขนสั้นนุ่ม ดอกเพศผู้ไม่มีก้าน กลีบเลี้ยง 4-6 กลีบ แยกจากกัน รูปสามเหลี่ยมถึงรูปขอบขนาน ปลายแหลมถึงมน ผิวด้านนอกมีขนสั้นนุ่ม ด้านในเกลี้ยง เกสรเพศผู้ 4-6 อัน เกสรเพศเมียที่เป็นหมันรูปกรวยกลับ มีขนสั้นนุ่ม ดอกเพศเมียช่อยาวกว่าดอกเพศผู้ แกนช่อมีขนสั้นนุ่มมีขนสีน้ำตาลแดง ใบประดับรูปหอก มีขนสั้นนุ่ม กลีบเลี้ยง 5-6 กลีบแยกจากกัน รูปคล้ายสามเหลี่ยม ปลายแหลม ผิวด้านนอกมีขนสั้นนุ่ม ด้านในเกลี้ยง รังไข่อยู่เหนือวงกลีบ รูปไข่หรือกลม มีขนสั้นนุ่ม มี 1 ช่อง มีออวุล 2 เม็ด ยอดเกสรเพศเมี่ยเป็น 3 แฉกผล:ผลคล้ายผลผนังชั้นในแข็ง รูปกลมหรือรี เมล็ดขนาดเล็ก 1-2 เมล็ด ผลสุกสีม่วงแดง มี 1 เมล็ด เปลือก:อื่นๆ:ออกผลเดือน พฤษภาคม – กรกฎาคม
ไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก สูงได้ถึง 20 เมตร กิ่งอ่อนมีขนสั้นนุ่มสีน้ำตาล
ใบเดี่ยว เรียงเวียน รูปขอบขนาน รูปไข่หรือรูปไข่กลับ กว้าง 2-4.5 เซนติเมตร ยาว 4-6 เซนติเมตร ปลายมน กลม หรือแหลม ฐานใบกลมถึงรูปหัวใจ ขอบใบเรียบแผ่นใบบางคล้ายกระดาษกึ่งหนาคล้ายแผ่นหนัง มีขนสั้นนุ่มถึงเกลี้ยงทั้งสองด้าน เส้ันแขนงใบข้างละ 5-8 เส้น เส้นใบย่อยแบบร่างแหชัดเจน ก้านใบมีขนประปรายถึงหนาแน่น หูใบรูปลิ่มแคบ ร่วงง่าย
ดอกแยกเพศต่างต้น ช่อดอกแบบกระจะ ออกที่ซอกใบ แกนช่อดอกเพศผู้มีขนสีน้ำตาลแดง ใบประดับรูปใบหอก มีขนสั้นนุ่ม ดอกเพศผู้ไม่มีก้าน กลีบเลี้ยง 4-6 กลีบ แยกจากกัน รูปสามเหลี่ยมถึงรูปขอบขนาน ปลายแหลมถึงมน ผิวด้านนอกมีขนสั้นนุ่ม ด้านในเกลี้ยง เกสรเพศผู้ 4-6 อัน เกสรเพศเมียที่เป็นหมันรูปกรวยกลับ มีขนสั้นนุ่ม ดอกเพศเมียช่อยาวกว่าดอกเพศผู้ แกนช่อมีขนสั้นนุ่มมีขนสีน้ำตาลแดง ใบประดับรูปหอก มีขนสั้นนุ่ม กลีบเลี้ยง 5-6 กลีบแยกจากกัน รูปคล้ายสามเหลี่ยม ปลายแหลม ผิวด้านนอกมีขนสั้นนุ่ม ด้านในเกลี้ยง รังไข่อยู่เหนือวงกลีบ รูปไข่หรือกลม มีขนสั้นนุ่ม มี 1 ช่อง มีออวุล 2 เม็ด ยอดเกสรเพศเมี่ยเป็น 3 แฉก
ผลคล้ายผลผนังชั้นในแข็ง รูปกลมหรือรี เมล็ดขนาดเล็ก 1-2 เมล็ด ผลสุกสีม่วงแดง มี 1 เมล็ด
ออกผลเดือน พฤษภาคม – กรกฎาคม
-
ไม้พุ่ม กึ่ง ไม้ต้น
-
ไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก ลำต้น: สูงได้ถึง 20 ม. กิ่งอ่อนมีขนสั้นนุ่มสีน้ำตาล ใบ: ใบเดี่ยว เรียงเวียน รูปขอบขนาน รูปไข่หรือรูปไข่กลับ กว้าง 2.5-5 ซม. ยาว 4-6 ซม. ปลายมน กลม หรือแหลม ฐานใบกลมถึงรูปหัวใจ ขอบใบเรียบ แผ่นใบบางคล้ายกระดาษกึ่งหนาคล้ายแผ่นหนัง มีขนนุ่มถึงเกลี้ยงทั้งสองด้าน เส้นแขนงใบข้างละ 5-8 เส้น เส้นใบย่อยแบบร่างแหชัดเจน ก้านใบมีขนประปรายถึงหนาแน่น หูใบรูปลิ่มแคบ ร่วงง่าย ดอก: ดอกแยกเพศต่างต้น ช่อดอกแบบกระจะ ออกที่ซอกใบ แกนช่อดอกเพศผู้มีขนสีน้ำตาลแดง ใบประดับรูปใบหอก มีขนนุ่ม ดอกเพศผู้ไม่มีก้าน กลีบเลี้ยง 4-6 กลีบ แยกจากกัน รูปสามเหลี่ยมถึงรูปขอบขนาน ปลายแหลมถึงมน ผิวด้านนอกมีขนสั้นนุ่ม ด้านในเกลี้ยง เกสรเพศผู้ 4-6 อัน เกสรเพสเมียที่เป็นหมันรูปกรวยกลับ มีขนสั้นนุ่ม ดอกเพศเมียช่อยาวกว่าดอกเพศผู้ แกนช่อมีขนสั้นนุ่มมีขนสีน้ำตาลแดง ใบประดับรูปหอก มีขนสั้นนุ่ม กลีบเลี้ยง 5-6 กลีบแยกจากกัน รูปคล้ายสามเหลี่ยม ปลายแหลม ผิวด้านนอกมีขนสั้นนุ่ม ด้านในเกลี้ยง รังไข่อยู่เหนือวงกลีบ รูปไข่หรือกลม มีขนสั้นนุ่ม มี 1 ช่อง มีออวูล 2 เม็ด ยอกเกสรเพศเมียเป็น 3 แฉก ผล: ผนังชั้นในผลแข็ง รูปกลมหรือรี เมล็ดขนาด 1-2 เมล็ด ผลสุกสีม่วงแดง มี 1 เมล็ด
-
ไม้ต้น ขนาดเล็ก สูง 2-6 เมตร
ลำต้น : ตั้งตรง กิ่งอ่อนและยอดอ่อนมีขน เรือนยอดแผ่กว้าง เปลือกนอกสีน้ำตาล แตกเป็นร่องตามยาวลำต้น แตกเป็นสะเก็ด เปลือกในสีแดงอมชมพู
ใบ : เดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่ถึงรูปวงรี หลังใบเกลี้ยงหรือมีขนประปราย ท้องใบมีขนสั้นๆ ปลายป้านหรือมีติ่งที่ปลายใบ
ทั้งสองด้าน ใบอ่อนสีชมพูมีขน ใบแก่สีเขียวไม่มีขนหรือมีขนห่างๆ ก้านล่างและเส้นใบด้านบน
เส้นใบข้างโค้ง 6-7 คู่ ก้านใบมีขนสีแดงขณะยังอ่อน
ดอก : ออกเป็นช่อที่ซอกใบและปลายกิ่ง ดอกย่อยจำนวนมาก สีเขียว ขนาดเล็ก ระยะเวลาออกดอกระหว่างเดือนมีนาคม-กรกฎาคม
ผล - สดรูปทรงกลม เบี้ยว เมื่อสุกสีแดงคล้ำถึงดำ มีเมล็ดเดียว กลมหรือแบนเล็กน้อย มีขนปกคลุม ด้านบนมีติ่งเล็กๆ
-
ออกดอกเดือนพฤศจิกายน - มีนาคม ติดผลเดือนธันวาคม - เมษายน
ระบบนิเวศ :
-
ขึ้นทั่วไปในที่โล่งบริเวณที่ลุ่มต่ำและป่าพรุ
-
มีเขตกระจายพันธุ์ทั่วทุกภาคของประเทศไทย ชอบแสงแดดจัด ชอบดินร่วนซุย และความชื้นต่ำ
-
ความสูงตั้งแต่ใกล้ระดับน้ำทะเลจนถึงประมาณ 1,300 ม.
แหล่งที่พบภายในประเทศ :
-
สมุทรปราการ
-
อุตรดิตถ์,แพร่
-
พะเยา,น่าน
-
พะเยา, เชียงราย
-
ระยอง
-
ลำปาง
-
นครศรีธรรมราช
-
เลย
-
อุบลราชธานี
-
จันทบุรี
-
สุราษฎร์ธานี
-
นราธิวาส
-
พะเยา, น่าน
-
ลำพูน, ลำปาง
-
ชัยภูมิ, เพชรบูรณ์
-
สุโขทัย, ลำปาง
-
กาญจนบุรี, ตาก
-
ชัยภูมิ
-
บึงกาฬ
-
ตาก
-
ราชบุรี
-
แม่ฮ่องสอน
-
พะเยา
-
กาญจนบุรี
-
สุรินทร์
-
สงขลา
รายละเอียดอื่นๆ ของแหล่งที่พบ :
-
บางกระเจ้า
-
พื้นที่ชุ่มน้ำหนองบงคาย
-
และป่าน้ำลาว
-
อุตรดิตถ์, แพร่
-
พะเยา, น่าน
-
อำเภอพระประแดง
-
ทับพญาลอ
-
หมู่เกาะเสม็ด
-
แจ้ซ้อน
-
น้ำตกโยง
-
ภูกระดึง
-
นายอย
-
เขาสอยดาว
-
คลองแสง
-
สยามบรมราชกุมารี
-
ดอยผาช้าง
-
ดอยผาเมือง
-
ห้วยใหญ่
-
ถ้ำเจ้าราม
-
ทุ่งใหญ่นเรศวร
-
ยอดมน
-
ภูเขียว
-
ภูวัว
-
แม่ตื่น
-
แม่น้ำภาชี
-
ยอดโดม
-
ลุ่มน้ำปาย
-
เวียงลอ
-
สลักพระ
-
ห้วยสำราญ
-
อุ้มผาง
-
ไร่
-
จังหวัดลำปาง
-
จังหวัดสุราษฎร์ธานี
-
จังหวัดสงขลา
การกระจายพันธุ์ :
-
สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ชอบแสงแดดจัด ชอบดินร่วนซุย ความชื้นต่ำ พบทั่วไปตามทุ่งหญ้า ป่าละเมาะ ป่าบุ่งป่าทาม ที่ลุ่มน้ำขัง ขอบป่าชายเลน ชายฝั่งทะเล ในประเทศไทยพบได้ทั่วประเทศ ความสูงตั้งแต่ใกล้ระดับน้ำทะเลจนถึงประมาณ 1,300 เมตร ต่างประเทศพบในอินเดีย พม่า จีนตอนใต้ ภูมิภาคอินโดจีน ภูมิภาคมาเลเซีย ไปจนถึงตอนเหนือของออสเตรเลีย
-
อินเดีย ศรีลังกา จีนตอนใต้ บังกลาเทศพม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย สุมาตรา บอร์เนียวชวา ฟิลิปปินส์ สุลาเวสี หมู่เกาะซุนดาน้อย มะละกา นิวกินีออสเตรเลียตอนเหนือ พบในป่าทุกภาคของประเทศไทย พบที่สูงระดับทะเลปานกลางถึงประมาณ 1,250 เมตร
ลักษณะทางสัณฐานวิทยา :
-
ไม้พุ่ม/ไม้ต้น
-
ไม้ต้น ขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูงประมาณ 20 เมตร เปลือกต้น สีเทา เขียวหรือน้ำตาล ใบ เดี๋ยว เรียงสลับ รูปไข่หรือรูปไข่กลับกว้าง 3-4.5 เซนติเมตร ยาว 4-7 เซนติเมตร ปลายกลม โคนกลมหรือรูปหัวใจ ดอก แบบช่อกระจะ ช่อดอกแยกเพศอยู่ร่วมต้น ออก ที่ซอกใบ ช่อดอกเพศผู้แบบช่อเชิงลด ยาว 4-6 เซนติเมตร แกน ช่อมีขนสั้นนุ่ม ดอกเพศผู้ยาว 2-3 มิลลิเมตร ไม่มีก้าน กลีบเลี้ยง 4-6 กลีบ แยกจากกัน รูปสามเหลี่ยมถึงรูปขอบขนาน เกสรเพศผู้ 4-6 เกสร เกสรเพศเมียเป็นหมันรูปกรวยคว่ำ ช่อดอกเพศเมียยาว 2-3 เซนติเมตร ดอกเพศเมียยาว 1.5- 2 มิลลิเมตร ก้านดอกยาวได้ถึง 1 มิลลิเมตร กลีบเลี้ยง 5-6 กลีบ รังไข่เหนือวงกลีบ ผล แบบผลผนัง ชั้นในแข็ง รูปเลนส์ ยาว 4-7 มิลลิเมตร มี 1 เมล็ด แข็ง ขนาดเล็ก
การขยายพันธุ์ :
-
เพาะเมล็ด
ข้อมูลการนำไปใช้ประโยชน์
ส่วนของตัวอย่างที่นำมาใช้
-
ราก ใบ ผล
วัตถุประสงค์การนำมาใช้ประโยชน์
-
สมุนไพร
รายละเอียดการนำมาใช้ประโยชน์
-
ราก : ผสมรากถอบแถบ รากไมยราบ และรากพริกขี้หนู อย่างละเท่าๆ กัน ฝนผสมกับสุรา ใช้สำลีชุบพอกบาดแผลแก้พิษงูทุกชนิด ใบ ผล : ต้มน้ำกินและอาบแก้อาการโลหิตจาง ซีด การไหลโลหิตไม่ดี
-
อาหาร,ใบอ่อนและผลดิบใช้ปรุงอาหารให้มีรสเปรี้ยว ผลสุกมีรสเปรี้ยวรับประทานได้
-
ตำรายาไทยใช้ใบและผลเม่าไข่ปลา นำมาต้มกับน้ำอาบแก้อาการโลหิตจาง ซีดเหลือง เลือดไหลเวียนไม่ดี (ผลต้นและรากมีสรรพคุณเป็นยาแก้กระษัย (ต้นและราก เปลือกต้น มีสรรพคุณเป็นยาบำรุงกำลัง ใบใช้ตำพอกแก้อาการปวดศีรษะ หรือใช้ผลทำเป็น ยาพอก แก้อาการปวดศีรษะก็ได้ ใบใช้เป็นยาแก้ไข้ ส่วนอีกข้อมูลระบุว่าให้ใช้ผลผสมกับ น้ำอาบเพื่อแก้อาการไข้ ผลสุกใช้กินแก้คอแห้ง แก้อาการกระหายน้ำ ช่วยแก้อาการท้องอืด ผลมีสรรพคุณเป็นยาระบาย ช่วยแก้อาการท้องผูก ใบมีสรรพคุณช่วยแก้อาการท้องบวม ผลมีสรรพคุณเป็นยาแก้ช่องท้องบวม ต้นและรากมีรสจืด ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ ใช้เป็น ยาแก้มดลูกพิการ มดลูกช้ำบวม อาการตกขาวของสตรี ช่วยขับโลหิตและน้ำคาวปลา ของสตรี ต้นและรากมีสรรพคุณช่วยบำรุงไต เปลือกต้นใช้เป็นยาฝาดสมาน ใบใช้เป็น ยาทาแก้โรคผิวหนัง ช่วยแก้เส้นเอ็นพิการ แก้อาการปวดเมื่อยตามร่างกาย
-
4.1 Medicine for human (ยารักษาโรคมนุษย์)
ข้อมูลเชิงพิพิธภัณฑ์
Barcode
ชื่อพิพิธภัณฑ์
จังหวัด
ลักษณะ
สถานที่
-
NSM
Nong Bua Lam Phu
Barcode
ชื่อพิพิธภัณฑ์
จังหวัด
ลักษณะ
สถานที่
ที่มาของข้อมูล
กองสิ่งแวดล้อมชุมชนและพื้นที่เฉพาะ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการพื้นที่ชุ่มน้าของประเทศไทย สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, 2561
สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้
รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) ระบบนิเวศป่าไม้ (Forest Ecosystem) โครงการติดตามและวิเคราะห์ประเมินสถานภาพความหลากหลายทางชีวภาพ ในพื้นที่วิกฤตทางความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Hotspots) จังหวัดอุตรดิตถ์ แพร่ น่าน และพะเยา, ศูนย์วิจัยป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 28 กันยายน 2554
รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) ระบบนิเวศแห้งแล้งและกึ่งชื้น (Dry and Sub-humid Ecosystem) โครงการติดตามและวิเคราะห์ประเมินสถานภาพความหลากหลายทางชีวภาพ ในพื้นที่วิกฤตทางความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Hotspots) จังหวัดอุตรดิตถ์ แพร่ น่าน และพะเยา, ศูนย์วิจัยป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 28 กันยายน 2554
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)
องค์การสวนพฤกษศาสตร์
กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
กองจัดการสิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรม
ไม้ต้นที่มีสรรพคุณทางสมุนไพร และควรนำมาขยายพันธุ์เพื่อฟื้นฟูและอนุรักษ์พื้นที่สีเขียวคุ้งบางกะเจ้าสู่ความยั่งยืน, กองสิ่งแวดล้อมชุมชนและพื้นที่เฉพาะ, สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, 2562
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
มูลนิธิสวนหลวง ร.9
บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน), 2563
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
พืชสมุนไพร ป่าชุมชนตะลุมพุก, โครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ พื้นที่รอบป่ามรดกโลก "ดงพญาเย็น-เขาใหญ่" ฝั่งตะวันออก, กองทุนสิ่งแวดล้อม สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ
รูปภาพสิ่งมีชีวิต
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ปรับปรุงล่าสุด :
11 ม.ค. 2567
ที่มา :
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ปรับปรุงล่าสุด :
11 ม.ค. 2567
ที่มา :
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ปรับปรุงล่าสุด :
11 ม.ค. 2567
ที่มา :
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ปรับปรุงล่าสุด :
11 ม.ค. 2567
ที่มา :
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ปรับปรุงล่าสุด :
4 ก.ค. 2566
สิ่งมีชีวิตที่เกี่ยวข้อง
กระท่อมขี้หมู
Mitragyna javanica
Zizyphus rugosa
Eriocaulon nautiliformoides
บานบุรี
Allamanda cathartica
รางจืดต้นภูคา
Thunbergia colpifera
ไทรหิน
Ficus cutipes Corner