Toggle navigation
หน้าแรก
ข้อมูลสิ่งมีชีวิต
สัตว์
พืช
จุลินทรีย์ และ สิ่งมีชีวิตที่เกี่ยวข้อง
เกี่ยวกับ TH-BIF
การพัฒนา TH-BIF
หน่วยงานเครือข่ายที่สนับสนุนข้อมูล
การจัดกลุ่มสิ่งมีชีวิต
แนวทางปฏิบัติในการสร้างธรรมมาภิบาลข้อมูลของระบบคลังข้อมูลฯ
ข้อมูลเชิงพื้นที่
แผนที่แสดงข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย
ข้อมูลเชิงพื้นที่ของพื้นที่นำร่อง
ข้อมูลสำรวจ
แผนที่แสดงข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย NEW
ข้อมูลเฉพาะเรื่อง
ผู้เชี่ยวชาญ
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญ
ลงทะเบียนผู้เชี่ยวชาญ
ข่าวประชาสัมพันธ์
ติดต่อเรา
เอกสารเผยแพร่
แบบประเมินผลความพึงพอใจ
แบบประเมินความพึงพอใจ NEW
LOGIN
ข้อมูลสิ่งมีชีวิต
หน้าแรก
ข้อมูลสิ่งมีชีวิต
Cratoxylum formosum
Cratoxylum formosum
ชื่อวิทยาศาสตร์แบบเต็ม:
Cratoxylum formosum
(Jack) Benth. & Hook.f. ex Dyer
ชื่อสามัญ::
-
Yellow cow wood
-
Yellow cow wood.
-
Mempat
-
ติ้วขน
ชื่อไทย:
-
ติ้วขน
-
ติ้วขาว
-
ติ้ว
-
ต้นละงีง แต้วหิน (ล าปาง), ผักเตา เตา (เลย), ติ้วส้ม (นครราชสีมา), กวยโชง (กาญจนบุรี), ตาว (สตูล), ติ้วแดง ติ้วยาง ติ้วเลือด ติ้วเหลือง (ภาคเหนือ), ติ้วเหลือง (ภาคกลาง), แต้ว (ภาคใต้), ผักติ้ว
-
ผักติ้ว
-
สัมขี้มอด
-
ติ้วขาว (กรุงเทพฯ), ติ้วส้ม (นครราชสีมา), แต้วหอม (พิษณุโลก), มูโต๊ะ (มลายู-นราธิวาส)
-
ติ้วส้ม,ติ้วขน
ชื่อท้องถิ่น::
-
-
-
แต้วหิน (ลำปาง), ติ้ว (กาญจนบุรี), ติ้วขน (นครราชสีมา), แต้ว (จันทบุรี), ตาว (สตูล), ติ้วแดง ติ้วยาง ติ้วเลือด (ภาคเหนือ), ติ้วเหลือง (ภาคกลาง), เน็กเครแย่ (ละว้า-เชียงใหม่), ราเง้ง (เขมร-สุรินทร์), กวยโซง (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี), กุยฉ่องเซ้า (กะเหรี่ยง-ลำป
-
ติ้วขาว (กรุงเทพฯ); แต้วหอม (พิษณุโลก); ภาคกลาง: ติ้ว ผักติ้ว ติ้วขาว ติ้วขน ติ้วเหลือง กวยโชง (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี); ภาคอีสาน: ผักติ้ว ผักเตา เตา (เลย) ติ้วส้ม (นครราชสีมา) ราเง้ง (เขมร-สุรินทร์); ภาคเหนือ: ติ้วแดง ติ้วยาง ติ้วเลือด ติ้วเหลือง แต
อาณาจักร::
Plantae
ไฟลัม::
Tracheophyta
ชั้น::
Magnoliopsida
อันดับ:
Malpighiales
วงศ์::
Hypericaceae
สกุล:
Cratoxylum
วันที่อัพเดท :
17 ส.ค. 2563 09:41 น.
วันที่สร้าง:
17 ส.ค. 2563 09:41 น.
ข้อมูลทั่วไป
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :
-
ไม้ต้น สูง 10-20 ม. ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปรีหรือรูปขอบขนาน กว้าง 3-4.5 ซม. ยาว 7-10 ซม. ผิวใบด้านล่างมีสีนวล มีขนทั้งสองด้าน ดอกเดี่ยว หรือเป็นกลุ่ม ออกที่ซอกใบหรือตามกิ่ง กลีบดอกสีชมพูอ่อน ขอบกลีบมีขนชายครุย ร่วงง่าย เกสรเพศผู้มี 3 มัด แต่ละมัดปลายแยกคล้ายพู่ ออกดอกเดือน ก.พ.-มิ.ย.
-
ไม้พุ่มหรือไม้ต้น ผลัดใบ อาจสูงได้ถึง 20 ม. ต้นอ่อนมีหนาม เปลือกแตกเป็นสะเก็ดหนา สีน้ำตาลดำ กิ่งเกลี้ยง ใบรูปรีหรือรูปขอบขนาน ยาว 3–10 ซม. แผ่นใบเกลี้ยง ก้านใบยาว 2–7 มม. ปลายมนหรือแหลม โคนรูปลิ่มกว้าง ใบอ่อนสีน้ำตาลแดง ช่อดอกมี 1–8 ดอก ออกสั้น ๆ ตามซอกใบที่หลุดร่วง ก้านดอกยาว 0.3–1 ซม. กลีบเลี้ยงรูปขอบขนาน ยาว 5–7 มม. ปลายมน มีต่อมเป็นริ้วกระจาย ดอกสีขาวอมชมพู กลีบรูปไข่กลับ ยาว 1–1.5 ซม. มีก้านสั้น ๆ ปลายกลีบมีต่อมกระจาย ขอบมีขนครุย ปลายกลม มีเกล็ดขนาดเล็ก มัดเกสรเพศผู้ยาวประมาณ 1 ซม. ระหว่างมัดมีเกล็ดรูปลิ้นขนาดเล็ก ก้านชูอับเรณูยาวเท่า ๆ มัดเกสรเพศผู้ แกนอับเรณูไม่มีต่อม รังไข่เกลี้ยง ก้านเกสรเพศเมียยาว 3–8 มม. ผลรูปขอบขนาน ยาว 0.6–1.5 ซม. กลีบเลี้ยงหุ้มประมาณกึ่งหนึ่ง เมล็ดยาว 6–7 มม. รวมปีก
-
ไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดกลาง มีความสูงของต้นเฉลี่ยประมาณ 3-12 เมตร และอาจสูงได้ถึง 35 เมตร เรือนยอดเป็นทรงพุ่มกลม โคนต้นมีหนาม กิ่งก้านเรียว ส่วนกิ่งอ่อนมีขนนุ่มอยู่ทั่วไป เปลือกลำต้นเป็นสีน้ำตาลแดง แตกล่อนเป็นสะเก็ด ส่วนเปลือกด้านในเป็นสีน้ำตาลแกมเหลือง ลำต้นมีน้ำยางสีเหลืองปนแดงซึมออกมาเมื่อถูกตัดหรือเกิดแผล เป็นต้นไม้ที่ทนแล้งได้ดี
การกระจายพันธุ์ :
-
-
รายละเอียดอื่นๆ ของแหล่งที่พบ :
-
พื้นที่ชุ่มน้ำหนองบงคาย
-
อุตรดิตถ์, แพร่
-
พะเยา, น่าน
-
ป่าดอยอินทนนท์, และกิ่งอำเภอดอยหล่อ
-
ภูผาเทิบ
-
เขตห้ามล่าสัตว์ป่าแก่งคอย
-
เขาชีโอน
-
เขาประทับช้าง
-
เขาพนมทอง
-
เขาเหรง
-
เขาหน้าผาตั้งและเขาตาพรม
-
คุ้งกระเบน
-
ดอนศิลา
-
ดอยพระบาท
-
ทับพญาลอ
-
ป่าเขาภูหลวง
-
ภูสันเขียว
-
หนองทุ่งทอง
-
แก่งตะนะ
-
ขุนแจ
-
เขาค้อ
-
เขาพระวิหาร
-
เขาสิบห้าชั้น
-
หมู่เกาะเสม็ด
-
เขาใหญ่
-
เขื่อนศรีนครินทร์
-
แจ้ซ้อน
-
ดอยภูนาง
-
ดอยหลวง
-
ตาดโตน
-
น้ำตกผาเสื่อ
-
ถ้ำผาไท
-
ทับลาน
-
ทุ่งแสลงหลวง
-
ไทรทอง
-
น้ำโสม
-
น้ำตกพาเจริญ
-
น้ำตกแม่สุรินทร์
-
น้ำตกสามหลั่น
-
น้ำพอง
-
ปางสีดา
-
ป่าหินงาม
-
ผาแต้ม
-
พุเตย
-
ภูกระดึง
-
นายอย
-
ภูซาง
-
ภูพาน
-
ภูแลนคา
-
ภูเวียง
-
ภูสระดอกบัว
-
ภูสวนทราย
-
แม่ปืม
-
แม่ยม
-
แม่วะ
-
แม่วาง
-
รามคำแหง
-
ลานสาง
-
ศรีลานนา
-
สาละวิน
-
เอราวัณ
-
เขาสนามเพรียง
-
เขาอ่างฤาไน
-
คลองยัน
-
คลองแสง
-
เชียงดาว
-
ดงใหญ่
-
ดอยผาช้าง
-
ดอยผาเมือง
-
ดอยเวียงหล้า
-
ห้วยใหญ่
-
โตนปริวรรต
-
ถ้ำเจ้าราม
-
ทุ่งใหญ่นเรศวร
-
น้ำปาด
-
ยอดมน
-
ผาผึ้ง
-
พนมดงรัก
-
ภูขัด
-
ภูเขียว
-
ภูกระแต
-
ภูผาแดง
-
ภูทอง
-
ภูวัว
-
ภูสีฐาน
-
ภูหลวง
-
แม่จริม
-
แม่ตื่น
-
แม่ยวมฝั่งขวา
-
ยอดโดม
-
ลำน้ำน่านฝั่งขวา
-
ลุ่มน้ำปาย
-
เวียงลอ
-
สลักพระ
-
สะเมิง
-
ห้วยขาแข้ง
-
ห้วยสำราญ
-
ห้วยศาลา
-
อมก๋อย
-
อุ้มผาง
-
ตาพระยา
-
สุรินทร์
-
จังหวัดลำปาง
-
จังหวัดสงขลา
แหล่งที่พบภายในประเทศ :
-
อุตรดิตถ์,แพร่
-
พะเยา,น่าน
-
เชียงใหม่
-
มุกดาหาร
-
สระบุรี
-
ชลบุรี
-
ราชบุรี
-
พิษณุโลก
-
สงขลา
-
อุตรดิตถ์
-
จันทบุรี
-
เชียงราย
-
ลำปาง
-
พะเยา, เชียงราย
-
นครราชสีมา
-
สุราษฎร์ธานี
-
อุบลราชธานี
-
เพชรบูรณ์
-
อุบลราชธานี, ศรีสะเกษ
-
ระยอง
-
สระบุรี, นครราชสีมา, ปราจีนบุรี, นครนายก
-
กาญจนบุรี
-
พะเยา
-
เชียงราย, ลำปาง, พะเยา
-
ชัยภูมิ
-
แม่ฮ่องสอน
-
นครราชสีมา, ปราจีนบุรี
-
เพชรบูรณ์, พิษณุโลก
-
อุดรธานี, เลย, หนองคาย
-
ตาก
-
ขอนแก่น, ชัยภูมิ
-
สระแก้ว
-
สุพรรณบุรี
-
เลย
-
สกลนคร, กาฬสินธุ์
-
ขอนแก่น
-
มุกดาหาร, ยโสธร, อำนาจเจริญ
-
เชียงราย, พะเยา
-
ลำปาง, แพร่
-
ลำปาง, ตาก
-
สุโขทัย
-
กำแพงเพชร
-
ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, สระแก้ว
-
บุรีรัมย์
-
พะเยา, น่าน
-
ลำพูน, ลำปาง
-
แพร่
-
ชัยภูมิ, เพชรบูรณ์
-
พังงา
-
สุโขทัย, ลำปาง
-
กาญจนบุรี, ตาก
-
ศรีสะเกษ
-
บึงกาฬ
-
กาฬสินธุ์
-
เลย, เพชรบูรณ์
-
แพร่, อุตรดิตถ์
-
อุทัยธานี, กาญจนบุรี, ตาก
-
สุรินทร์
-
บุรีรัมย์, สระแก้ว
-
ป่าชุมชนอาลอ-โดนแบน
ลักษณะทางสัณฐานวิทยา :
-
ไม้ต้น
-
ไม้ต้นขนาดเล็ก
-
จัดเป็นพรรณไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดเล็กถึงขนาดกลาง เรือนยอดเป็นพุ่มกลม โปร่ง มีความสูงได้ประมาณ 8-15 เมตร แตกกิ่งก้านโปร่ง ยอดอ่อนและกิ่งอ่อนมีขนขึ้นหนาแน่น เปลือกต้นด้านนอกเป็นสีน้ำตาลปนดำ แตกเป็นสะเก็ดตามยาว ส่วนเปลือกด้านในเป็นสีน้ำตาลเหลือง และมียางเหนียว ๆ สีเหลืองปนแดง กิ่งขนาดเล็กตามลำต้นมักแปรสภาพเป็นหนามแข็ง ๆ พบขึ้นตามป่าผลัดใบและป่าเบญจพรรณแล้งทั่วทุกภาคของประเทศ ที่ความสูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 200-1,000 เมตร ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงตรงข้ามกันเป็นคู่ ๆ ลักษณะของใบเป็นรูปขอบขนานหรือรูปรีแกมรูปไข่กลับ โคนใบสอบเรียว ส่วนขอบใบเรียบ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 2.5-4.5 เซนติเมตรและยาวประมาณ 3-13 เซนติเมตร แผ่นใบบางมีขนทั้งสองด้าน หลังใบมีขนสาก ๆ ส่วนท้องใบเป็นขนนุ่มหนาแน่น ส่วนใบอ่อนเป็นสีแดงหรือสีชมพูเรื่อ ใบแก่ก่อนผลัดใบเป็นสีแดง ออกดอกเป็นช่อกระจุกตามกิ่งเหนือรอยแผลใบ ดอกเป็นสีชมพูอ่อนถึงสีแดง มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ กลีบดอกมี 5 กลีบ กลีบดอกเกลี้ยงและยาวประมาณ 2 เท่าของกลีบเลี้ยง ขอบกลีบดอกมีขนสีขาว ส่วนกลีบเลี้ยงมี 5 กลีบ มีขนขึ้นประปรายอยู่ด้านนอก ดอกมีเกสรเพศผู้มาก และแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม รังไข่มีลักษณะเป็นรูปรี ๆ เกลี้ยง ๆ ผลเป็นผลแห้ง ลักษณะของผลเป็นรูปรี ปลายแหลม มีขนาดกว้างประมาณ 0.4-0.6 เซนติเมตรและยาวประมาณ 1.8-2 เซนติเมตร ผลแข็งมีคราบสีนวล ๆ ตามผิว มีกลีบเลี้ยงหุ้มเกินครึ่งผล ผลเมื่อแห้งจะแตกอ้าออกได้เป็น 3 พู สีน้ำตาล ภายในมีเมล็ดจำนวนมาก เมล็ดมีลักษณะเป็นรูปขอบขนานเล็ก ๆ และมีปีกโค้ง ๆ ออกดอกและติดผลในช่วงประมาณเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนกรกฎาคม
-
ไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูง 3-12 เมตร อาจสูงได้ถึง 35 เมตร ผลัดใบ โคนต้นมีหนามเรือนยอดเป็นพุ่มกลม ลำต้นมีน้ำยางเหลือง กิ่งก้านเล็กเรียว กิ่งอ่อนมีขนนุ่มทั่วไป เปลือกสีน้ำตาลแดง แตกล่อนเป็นสะเก็ด เปลือกในสีน้ำตาลแกมเหลือง และมีน้ำยางสีเหลืองปนแดงซึมออกมา ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปวงรีแกมไข่กลับ หรือรูปขอบขนาน กว้าง 2.5-4.5 เซนติเมตร ยาว 3-13 เซนติเมตร โคนใบสอบเรียบ ปลายใบมนหรือแหลม ขอบใบโค้งเรียบ ผิวใบมีขนละเอียดทั้งสองด้าน ใบอ่อนสีชมพูอ่อนถึงแดง เรียบ เป็นมันวาว ในฤดูหนาวจะเห็นเรือนพุ่มทั้งหมดเป็นสีชมพูอ่อน ใบแก่สีเขียวสด เรียบ เกลี้ยง ผิวใบด้านบนเป็นมัน ด้านล่างมีต่อมกระจายทั่วไปใบแก้สีแดงหรือสีแสด เส้นใบข้าง 7-10 คู่ ซึ่งจะโค้งจรดกันใกล้ขอบใบ ก้านใบยาว 0.6-1.6 เซนติเมตร ดอกช่อ ออกเป็นกระจุกตามกิ่งเหนือรอยแผลใบ กลีบดอกสีขาวอมชมพูอ่อนถึงแดง กลีบดอกบาง มี 5 กลีบ มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ออกตามซอกใบ ร่วงง่าย ดอกบานขยายออกราว 1.2 เซนติเมตร มีก้านเรียว เล็ก และกาบเล็กๆที่ฐานกลีบด้านใน เกสรเพศผู้มีจำนวนมาก สั้น สีเหลือง ก้านเกสรเชื่อมติดกันเป็น 3 กลุ่ม เกสรเพศเมีย มีก้านเกสรตัวเมียสีเขียวอ่อนมี 3 อัน มีรังไข่อยู่เหนือวงกลีบ กลีบเลี้ยง มี 5 กลีบ สีเขียวอ่อนปนแดง ผลแห้ง แตกได้ รูปไข่แกมกระสวย กว้าง 1 เซนติเมตร ยาว 2 เซนติเมตร ผลมีนวลขาวติดตามผิว เมื่อแก่มีสีน้ำตาลหรือน้ำตาลดำ ผลแบบแคปซูล ปลายแหลม ผิวเรียบและแข็ง ขนาด กว้าง 0.4-0.6 เซนติเมตร ยาว 1.3-1.8 เซนติเมตร แตกออกเป็น 3 แฉก มีเมล็ดสีน้ำตาล ที่ฐานมีกลีบเลี้ยงยังคงอยู่ พบตามป่าเต็งรัง ป่าดิบแล้ง และป่าเบญจพรรณ ออกดอกช่วงเดือน มกราคมถึงพฤษภาคม ยอดอ่อนใช้รับประทานเป็นผักสด
-
ใบ - เป็นใบเดี่ยวออกเรียงข้ามกัน ลักษณะของใบเป็นรูปวงรีแกมรูปไข่กลับ หรือเป็นรูปขอบขนาน ปลายใบมนหรือแหลม โคนใบสอบเรียบ ส่วนขอบใบโค้งเรียบ ใบมีขนาดกว้างประมาณ 2.5-4.5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 3-13 เซนติเมตร ผิวใบทั้งสองด้านมีขนละเอียด ใบเมื่ออ่อนจะเป็นสีชมพูอ่อนถึงสีแดง เรียบและเป็นมันวาว โดยในช่วงฤดูหนาวจะเห็นเรือนพุ่มทั้งหมดเป็นสีชมพูอ่อน ใบแก่เป็นสีเขียวสด เรียบ เกลี้ยง หลังใบบนเป็นมัน ส่วนท้องใบมีต่อมกระจายอยู่ทั่วไป ใบแก่เป็นสีแดงหรือสีแสด มีเส้นข้างใบประมาณ 7-10 คู่ โดยจะโค้งจรดกันใกล้ขอบใบ และมีก้านใบยาวประมาณ 0.6-1.6 เซนติเมตร
ดอก - ออกดอกเป็นช่อแบบกระจุกตามกิ่งเหนือรอยแผลของใบ กลีบดอกเป็นสีขาวอมสีชมพูอ่อนถึงสีแดง กลีบดอกมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ออกตามซากใบ หลุดร่วงได้ง่าย ดอกมีอยู่ 5 กลีบ เมื่อดอกบานจะขยายออกประมาณ 1.2 เซนติเมตร ก้านดอกเรียวเล็กและมีกาบเล็กๆ ที่ฐานกลีบด้านใน ดอกมีเกสรตัวผู้สีเหลืองสั้นๆ อยู่จำนวนมาก ก้านเกสรเชื่อมติดกันเป็นกลุ่ม 3 กลุ่ม ส่วนเกสรตัวเมีย ก้านเกสรเป็นสีเขียวอ่อนมี 3 อัน และมีรังไข่อยู่เหนือวงกลีบ ดอกมีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ สีเขียวอ่อนปนสีแดง โดยจะออกดอกในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนพฤษภาคม
ผล - เป็นแบบแห้งและแตกได้ ลักษณะของผลเป็นรูปไข่แกมรูปกระสวย ผิวผลมีนวลสีขาว ผลเมื่อแก่จะเป็นสีน้ำตาลหรือสีน้ำตาลดำ ลักษณะของผลเป็นแบบแคปซูล ปลายแหลม ผิวเรียบและแข็ง มีขนาดกว้างประมาณ 0.4-0.6 เซนติเมตร และยาวประมาณ 1.3-1.8 เซนติเมตร และจะแตกออกเป็น 3 แฉกเมื่อแก่ ภายในผลมีเมล็ดสีน้ำตาล ส่วนที่ฐานดอกมีกลีบเลี้ยงยังคงอยู่
การขยายพันธุ์ :
-
การเพาะเมล็ด
ข้อมูลการนำไปใช้ประโยชน์
รายละเอียดการนำมาใช้ประโยชน์
-
ที่อยู่อาศัย,เชื้อเพลิง,หีบใส่ของ
-
ช่วยบำรุงโลหิต ฟอกโลหิต เปลือกต้นนำมาต้มกับน้ำกินแก้ธาตุพิการ ช่วยแก้ประดง ผักติ้วเป็นผักที่มีวิตามินเอสูง จึงมีสรรพคุณช่วยป้องกันไม่ให้เด็กเป็นตาบอดกลางคืนและโรคตาไก่ ช่วยขับลม รากและใบใช้ต้มกับน้ำกินเป็นยาแก้อาการปวดท้อง ใช้รากผสมกับรากปลาไหลและหัวแห้วหมู นำมาต้มกับน้ำดื่มวันละ 3 ครั้งเป็นยาขับปัสสาวะ แก้อาการปัสสาวะขัด แก่นและลำต้นใช้แช่กับน้ำดื่ม ช่วยแก้ปะดงเลือด หรืออาการเลือดไหลไม่หยุด ต้นและยางจากเปลือกต้น ใช้ทาแก้อาการคัน เปลือกและใบ นำมาตำผสมกับน้ำมันมะพร้าวใช้ทารักษาโรคผิวหนังบางชนิด
-
4.1 Medicine for human (ยารักษาโรคมนุษย์)
สถานภาพการคุกคาม
สถานภาพการคุกคาม (โลก) :
ข้อมูลเชิงพิพิธภัณฑ์
Barcode
ชื่อพิพิธภัณฑ์
จังหวัด
ลักษณะ
สถานที่
-
NSM
Nong Bua Lam Phu
Barcode
ชื่อพิพิธภัณฑ์
จังหวัด
ลักษณะ
สถานที่
ที่มาของข้อมูล
องค์การสวนพฤกษศาสตร์
รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการพื้นที่ชุ่มน้าของประเทศไทย สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, 2561
กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) ระบบนิเวศป่าไม้ (Forest Ecosystem) โครงการติดตามและวิเคราะห์ประเมินสถานภาพความหลากหลายทางชีวภาพ ในพื้นที่วิกฤตทางความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Hotspots) จังหวัดอุตรดิตถ์ แพร่ น่าน และพะเยา, ศูนย์วิจัยป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 28 กันยายน 2554
รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) ระบบนิเวศแห้งแล้งและกึ่งชื้น (Dry and Sub-humid Ecosystem) โครงการติดตามและวิเคราะห์ประเมินสถานภาพความหลากหลายทางชีวภาพ ในพื้นที่วิกฤตทางความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Hotspots) จังหวัดอุตรดิตถ์ แพร่ น่าน และพะเยา, ศูนย์วิจัยป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 28 กันยายน 2554
รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการสำรวจและจัดทำข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพ เล่มที่ 2 ความหลากหลายทางชีวภาพระบบนิเวศป่าไม้, ศูนย์วิจัยป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 29 มีนาคม 2549
รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการสำรวจและจัดทำข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพ เล่มที่ 8 ความหลากหลายทางชีวภาพระบบนิเวศแห้งแล้งและกึ่งชื้น, ศูนย์วิจัยป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 29 มีนาคม 2549
กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
โครงการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากฐานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมป่าชุมชนอาลอ-โดนแบน โดยการมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชนในท้องถิ่น, กองทุนสิ่งแวดล้อม, สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ทรัพยากรธรรมชาติของคนชายโขง, กองทุนสิ่งแวดล้อม สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ป่าชุมชน บ.ทุ่ง ต.แจ้ซ้อน อ.เมืองปาน
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
IUCN Red List
พืชสมุนไพร ป่าชุมชนตะลุมพุก, โครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ พื้นที่รอบป่ามรดกโลก "ดงพญาเย็น-เขาใหญ่" ฝั่งตะวันออก, กองทุนสิ่งแวดล้อม สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ
รูปภาพสิ่งมีชีวิต
ที่มา :
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ปรับปรุงล่าสุด :
11 ม.ค. 2567
ที่มา :
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ปรับปรุงล่าสุด :
11 ม.ค. 2567
ที่มา :
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ปรับปรุงล่าสุด :
11 ม.ค. 2567
ที่มา :
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ปรับปรุงล่าสุด :
11 ม.ค. 2567
สิ่งมีชีวิตที่เกี่ยวข้อง
Peristylus densus
Elaphoglossum malayense
Parahyparrhenia tridentata
Pavetta indica
Coelachne soerensenii
ตาไก่ท่าสาร
Ardisia congesta