Toggle navigation
หน้าแรก
ข้อมูลสิ่งมีชีวิต
สัตว์
พืช
จุลินทรีย์ และ สิ่งมีชีวิตที่เกี่ยวข้อง
เกี่ยวกับ TH-BIF
การพัฒนา TH-BIF
หน่วยงานเครือข่ายที่สนับสนุนข้อมูล
การจัดกลุ่มสิ่งมีชีวิต
แนวทางปฏิบัติในการสร้างธรรมมาภิบาลข้อมูลของระบบคลังข้อมูลฯ
ข้อมูลเชิงพื้นที่
แผนที่แสดงข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย
ข้อมูลเชิงพื้นที่ของพื้นที่นำร่อง
ข้อมูลสำรวจ
แผนที่แสดงข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย NEW
ข้อมูลเฉพาะเรื่อง
ผู้เชี่ยวชาญ
ทำเนียบผู้เชี่ยวชาญ
ลงทะเบียนผู้เชี่ยวชาญ
ข่าวประชาสัมพันธ์
ติดต่อเรา
เอกสารเผยแพร่
แบบประเมินผลความพึงพอใจ
แบบประเมินความพึงพอใจ NEW
LOGIN
ข้อมูลสิ่งมีชีวิต
หน้าแรก
ข้อมูลสิ่งมีชีวิต
Cratoxylum cochinchinense
Cratoxylum cochinchinense
ชื่อวิทยาศาสตร์แบบเต็ม:
Cratoxylum cochinchinense
Blume
ชื่อไทย:
-
ติ้วเกลี้ยง
-
ติ้วแดง
-
ติ้ว
ชื่อท้องถิ่น::
-
ติ้วแดง ติ้วส้ม ติ้วใบเลื่อม
-
ติ้วส้ม (คนเมือง), กุ่ยฉ่องบ้าง (กะเหรี่ยง-ลำปาง), ติ้วแดง (สุรินทร์), ขี้ติ้ว ติ้วใบเลื่อม (ภาคเหนือ), ติ้วหม่น, ลำติ้ว (ลั้วะ), ตุ๊ดจรึ่ม (ขมุ)
อาณาจักร::
Plantae
ไฟลัม::
Tracheophyta
ชั้น::
Magnoliopsida
อันดับ:
Malpighiales
วงศ์::
Hypericaceae
สกุล:
Cratoxylum
วันที่อัพเดท :
17 ส.ค. 2563 09:30 น.
วันที่สร้าง:
17 ส.ค. 2563 09:30 น.
ข้อมูลทั่วไป
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :
-
ไม้ต้น สูงได้ถึง 25 เมตร ใบ เดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปรี รูปขอบขนานหรือรูปขนานแกมใบหอก กว้าง 2-3 ซม. ยาว 3-9 ซม. ดอก เดี่ยว หรือออกเป็นกระจุก2ดอก ตามซอกใบหรือปลายกิ่งมีกลิ่นหอม ขนาด1ซม. กลีบเลี้ยง 5 กลีบ กว้าง 4-5 ซม. ยาว 6-7 มม. กลีบดอก 5 กลีบ แยกจากกัน สีส้มหรือสีส้มแดง รูปไข่กลับ กว้าง 3-5 มม. ยาว 8-10 มม. ผิวเกลี้ยง เกสรเพศผู้จำนวนมาก เชื่อมติดกันเป็น3มัด รังไข่เกลี้ยง ผล แห้งแตก กว้าง 8 มม. ยาว 1 ซม. เมล็ดมีปีก รูปไข่กลับ กว้าง 2.5-3 มม. ยาว 6-7 มม. ปีกแบนและบาง
-
ไม้พุ่มหรือไม้ต้น ผลัดใบ สูงได้ถึง 25 ม. ลำต้นและกิ่งเรียบ เกลี้ยง มักมีหนาม ใบรูปรีหรือรูปขอบขนาน ยาว 3–12 ซม. แผ่นใบเกลี้ยงทั้งสองด้าน ก้านใบยาว 2–5 มม. ปลายมน แหลม หรือแหลมยาว โคนรูปลิ่ม ช่อดอกมี 1–5 ดอก ออกสั้น ๆ ตามซอกใบหรือปลายกิ่ง ก้านดอกยาว 1–3 มม. กลีบเลี้ยงรูปไข่ ยาว 5–7 มม. ปลายมน มีต่อมเป็นริ้วกระจาย ดอกสีชมพูอมแดงหรือส้ม กลีบรูปไข่กลับ ยาว 0.5–1 ซม. มีต่อมกระจาย ปลายกลม ไม่มีเกล็ด มัดเกสรเพศผู้ยาว 4–8 มม. ระหว่างมัดมีเกล็ดหนารูปลิ้นสีเหลือง ยาวประมาณ 3 มม. ก้านชูอับเรณูสั้น รังไข่เกลี้ยง ก้านเกสรเพศเมียยาวประมาณ 2 มม. ผลรูปรี ยาว 0.8–1.2 ซม. กลีบเลี้ยงหุ้มเกินกึ่งหนึ่ง เมล็ดยาว 6–8 มม. รวมปีก
การกระจายพันธุ์ :
-
พบตามป่าเบญจพรรณและป่าดิบแล้ง ที่ระดับความสูง 500-700 เมตร ออกดอกเดือน มี.ค.-พ.ค.
รายละเอียดอื่นๆ ของแหล่งที่พบ :
-
พื้นที่ชุ่มน้ำพรุควนขี้เสียน
-
อุตรดิตถ์, แพร่
-
ป่าดอยอินทนนท์, และกิ่งอำเภอดอยหล่อ
-
ภูผาเทิบ
-
เขตห้ามล่าสัตว์ป่าแก่งคอย
-
เขาท่าเพชร
-
แหลมขาม
-
เขาวงจันแดง
-
เขาเหรง
-
ดอนศิลา
-
ทับพญาลอ
-
ป่ากราด
-
ภูสันเขียว
-
ชนแดน
-
แก่งตะนะ
-
ขุนแจ
-
เขาพระวิหาร
-
หมู่เกาะเสม็ด
-
เขาใหญ่
-
ดอยขุนตาล
-
ดอยจง
-
ดอยภูนาง
-
ดอยหลวง
-
ตะรุเตา
-
ตาดโตน
-
ทุ่งแสลงหลวง
-
น้ำพอง
-
ภูกระดึง
-
ภูซาง
-
ภูพาน
-
ภูแลนคา
-
ภูสระดอกบัว
-
ภูสวนทราย
-
แม่ปืม
-
รามคำแหง
-
ลานสาง
-
ศรีน่าน
-
ศรีสัชนาลัย
-
หมู่เกาะชุมพร
-
หมู่เกาะเภตรา
-
เขาบรรทัด
-
เขาสนามเพรียง
-
คลองยัน
-
คลองแสง
-
เชียงดาว
-
ซับลังกา
-
ดอยผาช้าง
-
ดอยผาเมือง
-
ดอยเวียงหล้า
-
ห้วยใหญ่
-
โตนงาช้าง
-
ถ้ำเจ้าราม
-
ทุ่งใหญ่นเรศวร
-
น้ำปาด
-
ยอดมน
-
ผาผึ้ง
-
พนมดงรัก
-
ภูขัด
-
ภูเขียว
-
ภูกระแต
-
ภูผาแดง
-
ภูทอง
-
ภูวัว
-
ภูสีฐาน
-
ภูหลวง
-
แม่จริม
-
แม่ตื่น
-
แม่น้ำภาชี
-
แม่ยวมฝั่งขวา
-
แม่แสะ
-
ลำน้ำน่านฝั่งขวา
-
ลุ่มน้ำปาย
-
เวียงลอ
-
สลักพระ
-
ห้วยขาแข้ง
-
ห้วยสำราญ
-
ห้วยศาลา
-
อุ้มผาง
-
ชุมพร
-
ตาพระยา
-
ไร่
-
จังหวัดลำปาง
-
จังหวัดขอนแก่น
แหล่งที่พบภายในประเทศ :
-
อุตรดิตถ์,แพร่
-
เชียงใหม่
-
มุกดาหาร
-
สระบุรี
-
สุราษฎร์ธานี
-
สงขลา
-
เชียงราย
-
พะเยา, เชียงราย
-
อุตรดิตถ์
-
เพชรบูรณ์
-
อุบลราชธานี
-
อุบลราชธานี, ศรีสะเกษ
-
ระยอง
-
สระบุรี, นครราชสีมา, ปราจีนบุรี, นครนายก
-
ลำพูน, ลำปาง
-
ลำปาง, ลำพูน
-
พะเยา
-
เชียงราย, ลำปาง, พะเยา
-
สตูล
-
ชัยภูมิ
-
เพชรบูรณ์, พิษณุโลก
-
ขอนแก่น, ชัยภูมิ
-
เลย
-
สกลนคร, กาฬสินธุ์
-
มุกดาหาร, ยโสธร, อำนาจเจริญ
-
เชียงราย, พะเยา
-
สุโขทัย
-
ตาก
-
น่าน
-
ชุมพร
-
ตรัง, สตูล
-
ตรัง, พัทลุง, สตูล, สงขลา
-
กำแพงเพชร
-
ลพบุรี
-
พะเยา, น่าน
-
แม่ฮ่องสอน
-
แพร่
-
ชัยภูมิ, เพชรบูรณ์
-
สตูล, สงขลา
-
สุโขทัย, ลำปาง
-
กาญจนบุรี, ตาก
-
ศรีสะเกษ
-
พิษณุโลก
-
บึงกาฬ
-
กาฬสินธุ์
-
เลย, เพชรบูรณ์
-
ราชบุรี
-
แพร่, อุตรดิตถ์
-
กาญจนบุรี
-
อุทัยธานี, กาญจนบุรี, ตาก
-
สุรินทร์
-
บุรีรัมย์, สระแก้ว
-
ศรีสะเกษ, อุดรธานี
-
ลำปาง
-
ขอนแก่น
ลักษณะทางสัณฐานวิทยา :
-
ไม้ต้นขนาดเล็ก
-
จัดเป็นไม้พุ่มหรือไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ มีความสูงของลำต้นได้ถึง 30 เมตร ลำต้นเปลาตรง เปลือกต้นเรียบหรือแตกเป็นสะเก็ด เปลือกสีเทาอมน้ำตาล เปลือกต้นด้านในเป็นสีเหลืองอ่อน มีน้ำยางเหนียวสีเหลืองออกสีแดงซึมออกมาเมื่อถูกตัด และลำต้นยังมีหนามแหลมยาวแข็งเป็นเนื้อไม้ออกตามลำต้น สามารถพบได้ในป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ที่ระดับความสูงตั้งแต่ใกล้ระดับน้ำทะเลไปจนถึงความสูงประมาณ 700 เมตร ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการใช้เมล็ดเพาะกล้า ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงตรงข้ามกัน ลักษณะของใบเป็นรูปไข่กลับ ปลายใบแหลม (อาจพบบ้างที่ปลายทู่หรือกลม) โคนใบสอบหรือมน ส่วนขอบใบเรียบ ใบมีความกว้างประมาณ 2-3.5 เซนติเมตรและยาวประมาณ 4.5-10 เซนติเมตร แผ่นใบมีลักษณะบางคล้ายกระดาษถึงกึ่งหนาคล้ายกับแผ่นหนัง แผ่นใบเกลี้ยงทั้งสองด้าน ด้านล่างมักมีนวล เส้นแขนงของใบมีอยู่ข้างละ 10-18 เส้น ปลายเชื่อมกันก่อนถึงขอบใบ และมีก้านใบยาวประมาณ 2-4 มิลลิเมตร ดอกเป็นดอกเดี่ยวหรือออกเป็นกระจุกประมาณ 2-5 ดอก โดยจะออกดอกตามซอกใบหรือตามปลายกิ่ง ดอกเป็นแบบสมบูรณ์เพศ มีใบประดับขนาดเล็ก ร่วงหลุดได้ง่าย ดอกมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1-1.2 เซนติเมตร ส่วนก้านดอกยาวประมาณ 1 มิลลิเมตร ดอกมีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ โดยจะแยกเป็น 2 วง ได้แก่ กลีบเลี้ยงวงนอก 3 กลีบ ตรงกลางของกลีบวงนอกเป็นสีม่วงแดง ขอบสีเขียว และขนาดของกลีบจะใหญ่กว่ากลีบเลี้ยงวงในเล็กน้อย และกลีบเลี้ยงวงในมี 2 กลีบ เป็นกลีบสีเขียว ลักษณะเป็นรูปไข่หรือรูปไข่กลับ มีขนาดกว้างประมาณ 4-5 เซนติเมตรและยาวประมาณ 5-7 เซนติเมตร ส่วนกลีบดอกมี 5 กลีบ แยกออกจากกัน เป็นสีส้มหรือส้มแดง ลักษณะกลีบดอกเป็นรูปไข่กลับ มีขนาดกว้างประมาณ 3-4 มิลลิเมตร และยาวประมาณ 6-7 มิลลิเมตร ผิวกลีบเกลี้ยง มีเส้นสีม่วงแดงถึงสีดำตามยาว ดอกมีเกสรตัวผู้จำนวนมากเชื่อมติดกันเป็น 3 กลุ่ม สลับกับกลุ่มของเกสรตัวผู้ที่ไม่สมบูรณ์ 3 ก้าน ลักษณะเป็นก้อน อวบน้ำ มีสีเหลือง ส่วนรังไข่จะอยู่เหนือวงกลีบเลี้ยง มี 3 ช่อง ในแต่ละช่องจะมีออวุลอยู่จำนวนมาก ส่วนก้านเกสรตัวเมียมี 3 ก้าน แยกออกจากกัน ผลเป็นแบบผลแห้งแตก ลักษณะของผลเป็นรูปวงรี ผลแข็งเกลี้ยงและเป็นมัน มีขนาดกว้างประมาณ 7-8 มิลลิเมตรและยาวประมาณ 10-12 มิลลิเมตร ผลมีกลีบเลี้ยงติดทนหุ้มอยู่ประมาณ 2 ใน 3 ของความยาวผล ผลเมื่อแก่จะแตกตามรอยประสานออกเป็น 3 พู ภายในผลมีเมล็ดอยู่ประมาณ 6-8 เมล็ดต่อพู เมล็ดเป็นลักษณะมีปีกแบนและบางใส โดยจะออกดอกและผลในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนสิงหาคม
ข้อมูลการนำไปใช้ประโยชน์
รายละเอียดการนำมาใช้ประโยชน์
-
สมุนไพร,ที่อยู่อาศัย,ไม้ดอกไม้ประดับ,เครื่องจักสานและเครื่องใช้สอย,เครื่องสำอางค์,เชื้อเพลิง
สถานภาพการคุกคาม
สถานภาพการคุกคาม (โลก) :
ข้อมูลเชิงพิพิธภัณฑ์
Barcode
ชื่อพิพิธภัณฑ์
จังหวัด
ลักษณะ
สถานที่
-
NSM
Nong Bua Lam Phu
Barcode
ชื่อพิพิธภัณฑ์
จังหวัด
ลักษณะ
สถานที่
ที่มาของข้อมูล
องค์การสวนพฤกษศาสตร์
กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการพื้นที่ชุ่มน้าของประเทศไทย สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, 2561
รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) ระบบนิเวศป่าไม้ (Forest Ecosystem) โครงการติดตามและวิเคราะห์ประเมินสถานภาพความหลากหลายทางชีวภาพ ในพื้นที่วิกฤตทางความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Hotspots) จังหวัดอุตรดิตถ์ แพร่ น่าน และพะเยา, ศูนย์วิจัยป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 28 กันยายน 2554
รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการสำรวจและจัดทำข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพ เล่มที่ 2 ความหลากหลายทางชีวภาพระบบนิเวศป่าไม้, ศูนย์วิจัยป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 29 มีนาคม 2549
รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการสำรวจและจัดทำข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพ เล่มที่ 8 ความหลากหลายทางชีวภาพระบบนิเวศแห้งแล้งและกึ่งชื้น, ศูนย์วิจัยป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 29 มีนาคม 2549
กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม
กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
กรมป่าไม้
ทรัพยากรธรรมชาติของคนชายโขง, กองทุนสิ่งแวดล้อม สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน), 2566
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
IUCN Red List
องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ
รูปภาพสิ่งมีชีวิต
ที่มา :
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ปรับปรุงล่าสุด :
22 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
ที่มา :
โครงการประเมินการสะสมคาร์บอนในพื้นที่สีเขียว
ปรับปรุงล่าสุด :
1 ก.ค. 2569
สิ่งมีชีวิตที่เกี่ยวข้อง
Neanotis wightiana
Monomeria longipes
Blumea junghuhniania
Kailarsenia hygrophila
จิงจ้ำ
Ardisia impressa
(var. grandidens)
แคทลียาควีนสิริกิติ์
Cattleya ‘Queen
Sirikit’