Mitrephora sirikitiae

Mitrephora sirikitiae

ชื่อของสิ่งมีชีวิต
ชื่อวิทยาศาสตร์แบบเต็ม Mitrephora sirikitiae Weeras., Chalermglin & R.M.K.Saunders
ชื่อสามัญ
ชื่อไทย มหาพรหมราชินี
ชื่อท้องถิ่น
ชื่อพระนาม
ชื่อพ้อง
ชื่อพ้องของ
อาณาจักร Plantae
ไฟลัม Tracheophyta
ชั้น Magnoliopsida
อันดับ Magnoliales
วงศ์ Annonaceae
สกุล Mitrephora
พันธุ์
ชนิด sirikitiae
ผู้ตั้งชื่อวิทยาศาสตร์
ปีที่ตีพิมพ์
ข้อมูลรูปภาพ


ลักษณะทางสัณฐานวิทยา ไม้ต้นขนาดเล็ก สูงประมาณ 5-6 ม. กิ่งอ่อนมีขนสั้นนุ่มหนาแน่น ใบเรียงเวียน รูปใบหอก ยาว 6-22 ซม. ปลายแหลมหรือแหลมยาว โคนแหลมหรือมน แผ่นใบหนา ด้านล่างเป็นมันวาว มีขนกระจาย เส้นแขนงใบข้างละ 8-11 เส้น ก้านใบยาว 0.5-1 ซม. ช่อดอกแบบช่อกระจุกสั้น ๆ ออกตามซอกใบหรื
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ไม้ต้น สูง 6 ม. กิ่งอ่อนมีขนสั้นนุ่มหนาแน่น ใบรูปใบหอก ยาว 6–22 ซม. ปลายแหลมหรือแหลมยาว โคนแหลมหรือมน แผ่นใบด้านล่างเป็นมันวาว มีขนกระจาย เส้นแขนงใบข้างละ 8–11 เส้น ก้านใบยาว 0.5–1 ซม. ช่อดอกมีขนกำมะหยี่ มี 1–3 ดอก ก้านดอกยาว 1.8–2.7 ซม. ใบประดับรูปไข่ ยาว 5–7 มม. กลีบรูปไข่กว้าง ยาว 1.3–1.5 ซม. มีขนสีน้ำตาลแดงหนาแน่น กลีบดอกวงนอกสีขาว รูปไข่กว้าง ยาว 4–5.5 ซม. วงในสีชมพูอมม่วง รูปไข่ สั้นกว่าวงนอกเล็กน้อย โคนรูปเงี่ยงลูกศร ผลย่อยมี 10–15 ผล รูปขอบขนาน ยาว 5–6 ซม. มีขนละเอียด ก้านยาว 1.5–2.5 ซม.
ไม้ต้นขนาดเล็ก สูง 4-6 เมตร ลำต้นมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 5-8 เซนติเมตร เปลือกลำต้นสีน้ำตาล กิ่งอ่อนมีขนอ่อนคลุมอยู่ ใบรูปหอก กว้าง 4-9 เซนติเมตร ยาว 11-19 เซนติเมตร เนื้อใบค่อนข้างหนา ผิวใบเรียบเป็นมันทั้งสองด้าน โคนใบและปลายใบแหลม มีเส้นแขนงใบจำนวน 8-11 คู่ ส่วนดอกมีลักษณะเป็นดอกเดี่ยวหรือเป็นช่อ 1-3 ดอก ใกล้ปลายยอดเป็นพรรณไม้ที่มีดอกใหญ่ที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับดอกของพรรณไม้ ชนิดอื่นๆ ในสกุลมหาพรหม โคนกลีบสีเขียวอ่อน ปลายกลีบสีม่วงเข้ม กระดกงอขึ้นและประกบติดกันเป็นรูปกระเช้า แต่ละดอดบานอยู่ได้ 3-5 วัน กลิ่นหอมอ่อนๆ ผลเป็นผลกลุ่ม มีผลย่อย 10-15 ผล รูปทรงกระบอก
ชีววิทยา
ระบบนิเวศ
การกระจายพันธุ์ มีถิ่นกำเนิดอยู่ในบริเวณที่แคบๆ ของยอดเขาสูงชันที่ระดับความสูง 1,100 เมตร ในเขตอำเภอเมืองจังหวัดแม่ฮ่องสอน นับเป็นพรรณไม้เฉพาะถิ่น (endemic) เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น ทั้งยังเป็นพรรณไม้หายาก เนื่องจากมีจำนวนต้นในสภาพถิ่นกำเนิดน้อยมาก และมีการกระจายพันธุ์ต่ำ
Mae Hong Son Province, near Huai Hi village, 250km NW of Chiang Mai
ถิ่นกำเนิด
ถิ่นอาศัย
แหล่งที่พบภายในประเทศ แม่ฮ่องสอน
รายละเอียดอื่นๆ ของแหล่งที่พบ
สถานที่ชม
การขยายพันธุ์
การเก็บเกี่ยว
พื้นที่เพาะปลูก
ถิ่นกำเนิด
แหล่งที่พบ

ส่วนของตัวอย่างที่นำมาใช้
วัตถุประสงค์การนำมาใช้ประโยชน์
รายละเอียดการนำมาใช้ประโยชน์
คำเตือน
คุณค่าทางเศรษฐกิจ

สถานภาพการคุกคาม (โลก)
สถานภาพการคุกคาม (ไทย)

ชื่อสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ชื่อหมวดสินค้า รายการสินค้า จังหวัด

การรุกราน
ผลกระทบ
ข้อมูลแหล่งความรู้
ธนาคารพันธุกรรม
พิพิธภัณฑ์
อุทยาน
สงวนลิขสิทธิ์©2561 สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
จำนวนผู้เช้าชม
รุ่นโปรแกรม 3.3.0
สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์