Afgekia mahidolae

Afgekia mahidolae

ชื่อของสิ่งมีชีวิต
ชื่อวิทยาศาสตร์แบบเต็ม Afgekia mahidolae B. L. Burtt & Chermsir.
ชื่อสามัญ
ชื่อไทย กันภัยมหิดล
ชื่อท้องถิ่น กัยภัย

( คณะทำงานโครงการฯ )


ชื่อพระนาม
ชื่อพ้อง
ชื่อพ้องของ
อาณาจักร Plantae
ไฟลัม Tracheophyta
ชั้น Magnoliopsida
อันดับ Fabales
วงศ์ Fabaceae
สกุล Afgekia
พันธุ์
ชนิด mahidolae
ผู้ตั้งชื่อวิทยาศาสตร์
ปีที่ตีพิมพ์
ข้อมูลรูปภาพ


ลักษณะทางสัณฐานวิทยา ไม้เถา, ไม้เลื้อย
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ไม้เถา แตกพุ่มหนาแน่น ยาวได้ถึง 15 ม. มีขนคล้ายไหมหนาแน่นทั่วไป หูใบออกเป็นคู่ รูปเคียว ยาวประมาณ 1.5 ซม. ใบประกอบปลายคี่ เรียงเวียน แกนกลางยาว 8-18 ซม. ก้านยาวประมาณ 2.5 ซม. หูใบย่อยรูปเส้นด้าย ยาวประมาณ 5 มม. ใบย่อยมี 4-6 คู่ เรียงเกือบตรงข้าม รูปไข่หรือขอบขนาน ยาว 1.5-7.5 ซม. ปลายกลม มีติ่ง โคนกลมหรือรูปหัวใจตื้น ๆ เส้นแขนงใบข้างละ 5-8 เส้น ก้านใบย่อยยาว 2-4 มม. ช่อดอกแบบช่อกระจะ ออกตามซอกใบ ยาว 10-15 ซม. ใบประดับรูปใบหอก ยาว 1.5-3 ซม. ก้านดอกยาว 0.7-1 ซม. กลีบเลี้ยงรูปปากเปิด หลอดกลีบยาว 5-7 มม. กลีบบน 2 กลีบ รูปสามเหลี่ยม ยาว 3-6 มม. กลีบล่าง 3 กลีบ รูปแถบหรือรูปลิ่มแคบ ยาว 0.5-1 ซม. ดอกสีม่วงอ่อน กลีบกลางรูปรี ด้านในสีเข้ม พับงอกลับ ยาวประมาณ 2 ซม. ปลายมีติ่งแหลม โคนกลีบรูปหัวใจ มีสันนูนทั้งสองด้าน เส้นกลางกลีบเป็นร่อง มีสีเหลืองแต้มใกล้โคน โคนมีเดือยรูปสามเหลี่ยม 1 คู่ ยาวประมาณ 3 มม. กลีบปีกรูปขอบขนาน มีสีเข้ม ยาวประมาณ 1.5 ซม. กลีบคู่ล่างยาวเท่า ๆ กลีบปีก รูปคุ่ม เกสรเพศผู้ยาว 2-2.5 ซม. รังไข่ยาวประมาณ 1 ซม. รวมก้าน ก้านเกสรเพศเมียยาวประมาณ 2 ซม. ยอดเกสรเป็นตุ่ม ฝักรูปขอบขนาน ยาว 7-9 ซม. หนาประมาณ 3 ซม. ก้านผลยาวประมาณ 1.5 ซม. มี 1-2 เมล็ด สีน้ำตาล เกือบกลม ยาวประมาณ 1.5 ซม.
ไม้เถา ยาวได้ถึง 15 ม. มีขนคล้ายไหมหนาแน่นตามลำต้น หูใบ แผ่นใบ ใบประดับ ช่อดอก กลีบเลี้ยงและกลีบดอกด้านนอก หูใบรูปเคียว ยาวประมาณ 1.5 ซม. แกนกลางใบประกอบยาว 8-18 ซม. ก้านใบสั้น หรือยาวไยาด้ถึง 2.5 ซม. ใบย่อยมี 4-6 คู่ รูปไข่หรือรูปขอบขนาน ยาว 1.5-7.5 ซม. ปลายกลม มีติ่งแหลม ก้านใบย่อยยาว 2-4 มม. ช่อดอกยาว 10-15 ซม. ใบประดับย่อยรูปใบหอก ยาว 1.5-3 ซม. ก้านดอกยาว 0.7-1 ซม. กลีบเลี้ยงยาว 5-7 มม. ดอกสีม่วงอ่อน กลีบกลางรูปรี ด้านในมีสีเข้ม ยาวประมาณ 2 ซม. มีสีเหลืองแต้มใกล้โคน กลีบปีกรูปขอบขนาน มีสีเข้ม ยาวประมาณ 1.5 ซม. กลีบคู่ล่างยาวเท่า ๆ กลีบปีก ฝักรูปรีหรือขอบขนาน ยาว 7-9 ซม. เมล็ดกลม ขนาดประมาณ 1.5 ซม.
ไม้เถา ขนาดกลาง มีขนประปรายทั่วต้น ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก ออกสลับ มีใบย่อย 7-11 ใบ รูปไข่หรือรูปไข่กลับ กว้าง 1.5-3.5 ซม. โคนใบมน ปลายแหลมและมักมีติ่งสั้น ดอกสีม่วง ออกเป็นช่อใหญ่ที่ปลายกิ่ง ก้านช่อดอกยาว 10-50 ซมง โคนก้านดอกมีริ้วประดับ รูปขอบขนาน ปลายแหลม บิดเวียน สีม่วง หลุดร่วงง่าย ดอกรูปดอกถั่ว ยาว 2-3 ซม. โคนกลีบรองดอกซ้อนกัน มีขนนุ่ม กลีบดอก 5 กลีบ กลีบตั้งด้านในมีสีม่วงแดง ที่โคนกลีบมีแถบสีเหลือง เกสรผู้ 10 อัน โคนเชื่อมกัน 9 อัน ผลเป็นฝักแบน กว้าง 2.5-3.5 ซม. ยาว 6-9.5 ซม. เมื่อแก่แตกเป็น 2 ซีก เมล็ดค่อนข้างกลม ขนาดผ่าศูนย์กลางประมาณ 1.5 ซม.
ชีววิทยา
ระบบนิเวศ
การกระจายพันธุ์ มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย เป็นพรรณไม้หายาก ขึ้นตามป่าเต็งรัง และภูเขาหินปูน ในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศไทย นำมาปลูกได้ทั่วไป ออกดอกเดือนสิงหาคม-พฤศจิกายน ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด
SW Thailand: Kanchanaburi
ถิ่นกำเนิด
ถิ่นอาศัย
แหล่งที่พบภายในประเทศ กาญจนบุรี
Endemic
รายละเอียดอื่นๆ ของแหล่งที่พบ
สถานที่ชม
การขยายพันธุ์
การเก็บเกี่ยว
พื้นที่เพาะปลูก ขึ้นตามที่โล่งในป่าเบญจพรรณที่เป็นหินปูน
ถิ่นกำเนิด
แหล่งที่พบ

ส่วนของตัวอย่างที่นำมาใช้
วัตถุประสงค์การนำมาใช้ประโยชน์
รายละเอียดการนำมาใช้ประโยชน์
คำเตือน
คุณค่าทางเศรษฐกิจ

สถานภาพการคุกคาม (โลก)
สถานภาพการคุกคาม (ไทย)

ชื่อสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ ชื่อหมวดสินค้า รายการสินค้า จังหวัด

การรุกราน
ผลกระทบ
ข้อมูลแหล่งความรู้
ธนาคารพันธุกรรม
พิพิธภัณฑ์
อุทยาน
สงวนลิขสิทธิ์©2561 สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
จำนวนผู้เช้าชม
รุ่นโปรแกรม 3.3.0
สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์